โบรกคาด “หุ้นไทย” วันนี้ ไซด์เวย์ 1,615 – 1,635 จุด กังวลเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย

โบรกคาด “หุ้นไทย” วันนี้ ไซด์เวย์ 1,615 – 1,635 จุด กังวลเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย

2022-11-04 | commodities , Current Affairs , Forex , Securities

บล.กรุงศรีคาด หุ้นไทย วันนี้ (4พ.ย.65) ไซด์เวย์ 1,550 – 1,570 จุด กังวลเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย สกัดเงินเฟ้อที่ทรงตัวระดับสูง รวมถึงราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลงจะกดดันให้ดัชนีผันผวน แม้ฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่อง-แรงซื้อดักงบ ไตรมาส 3/65หนุนดัชนี

บริษัทหลักทรัพย์(บล.)กรุงศรี คาดแนวโน้มดัชนีหุ้นไทย วันนี้ (4 พ.ย. 65) แกว่งตัว 1,615 – 1,635 จุด แม้ฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่ไหลเข้าต่อเนื่องและแรงซื้อดักงบ ไตรมาส 3 ปี 65 จะยังคงเป็นแรงหนุนทิศทางดัชนี

อย่างไรก็ตามความกังวลเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงรุกต่อไปเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่ทรงตัวระดับสูง รวมถึงราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลงจะกดดันให้ดัชนีผันผวน พร้อมทั้งวันนี้ติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนต.ค.ของสหรัฐ คาดเพิ่มขึ้น 205,000 ตำแหน่ง

อ้างอิง กรุงเทพธุรกิจ

ค่าเงินบาทวันนี้ (4 พ.ย.) เปิดตลาดทรงตัวที่ 38.03 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด

ค่าเงินบาทวันนี้ (4 พ.ย.) เปิดตลาดทรงตัวที่ 38.03 บาทต่อดอลลาร์ โดยกรอบแนวรับที่ 37.85 บาท แนวต้าน 38.10 บาท

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 38.03 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดวันก่อนหน้า

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท มองว่า เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าลงได้ ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์และภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาด นอกจากนี้ ท่าทีของทางการจีนที่ยังไม่ส่งสัญญาณพร้อมผ่อนคลายมาตรการ Zero COVID ก็อาจกดดันให้เงินหยวนของจีน (CNY) ผันผวนในฝั่งอ่อนค่า ซึ่งสามารถกระทบต่อภาพรวมของสกุลเงินในฝั่งเอเชียได้เช่นกัน

อ้างอิง ประชาชาติธุรกิจ

ซาอุฯลดราคาน้ำมันให้ลูกค้าในเอเชีย หลังเศรษฐกิจส่งสัญญาณชะลอตัว

ซาอุดีอาระเบียปรับลดราคาน้ำมันให้กับลูกค้าส่วนใหญ่ในเอเชีย ท่ามกลางสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัวลง

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ซาอุดี อารามโคซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันของรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ได้ปรับลดราคาน้ำมันเกรด Arab Light สำหรับการส่งมอบเดือนธ.ค.ให้กับลูกค้าในเอเชียลง 40 เซนต์ สู่ระดับ 5.45 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่บรรดาโรงกลั่นและเทรดเดอร์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลง 35 เซนต์

ความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยและมาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมโรคโควิด-19 ในจีนยิ่งทำให้แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจเผชิญกับความไม่แน่นอน โดยตลาดในเอเชียอ่อนแอลงอย่างมากในเดือนที่แล้ว เนื่องจากการซื้อน้ำมันจากจีนล่าช้ากว่าวงจรที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

อ้างอิง อินโฟเควสท์

แบงก์ชาติออสซี่หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจ เตือนขึ้นดอกเบี้ยอีกเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ปรับลดแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ พร้อมกับเตือนว่า RBA จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก เพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ แม้ว่า RBA พยายามที่จะพยุงเศรษฐกิจให้รอดพ้นจากภาวะถดถอยก็ตาม

ในรายงาน Statement on Monetary Policy ซึ่งเผยแพร่ในวันนี้ระบุว่า RBA ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ เนื่องจากอัตราค่าจ้างมีแนวโน้มสูงขึ้นอีก และคาดว่าอัตราว่างงานจะดีดตัวขึ้นในปีหน้า โดยแม้ว่า RBA ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้วหลายครั้ง แต่คาดว่าตัวเลขเงินเฟ้อจะยังไม่ลดลงสู่กรอบเป้าหมายที่ระดับ 2-3% หลังสิ้นปี 2567 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวันข้างหน้า

RBA ยังระบุว่า ค่าไฟฟ้าและก๊าซ ซึ่งคาดว่าจะพุ่งขึ้นถึง 20-30% ในปีหน้านั้น มีแนวโน้มที่จะทำให้เงินเฟ้อชะลอตัวลงสู่เป้าหมายได้อย่างเชื่องช้า ขณะที่ปัญหาน้ำท่วมครั้งใหม่ได้สร้างความเสียหายต่ออุปทานอาหารภายในประเทศ

อ้างอิง อินโฟเควสท์

เงินเฟ้อฟิลิปปินส์พุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 14 ปี หนุนแบงก์ชาติเดินหน้าขึ้นดบ.

สำนักงานสถิติแห่งชาติฟิลิปปินส์เปิดเผยในวันนี้ (4 พ.ย.) ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เกิดจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค พุ่งขึ้น 7.7% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการขยายตัวรวดเร็วที่สุดในรอบเกือบ 14 ปี

สำนักงานสถิติแห่งชาติฟิลิปปินส์เปิดเผยในวันนี้ (4 พ.ย.) ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เกิดจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค พุ่งขึ้น 7.7% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการขยายตัวรวดเร็วที่สุดในรอบเกือบ 14 ปีหรือนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2551 โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาอาหาร และคาดว่าจะส่งผลให้ธนาคารกลางฟิลิปปินส์เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

อ้างอิง กรุงเทพธุรกิจ

สารจาก D PrimeIconBrandElement

article-thumbnail

2026-09-17 | Dxperts

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ(NFP) สูงเกินคาด ทำไมตลาดยังรอดูตัวเลข CPI 

ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือนสิงหาคมออกมาดีกว่าคาด แต่ตลาดยังจับตา CPI เป็นหลัก ดูว่ารายงานจ้างงาน นโยบาย Fed และยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อาจส่งผลต่อทองคำอย่างไรล สัญญาณแรกมาจากสุนทรพจน์ของ Kevin Warsh ประธาน Fed ที่งาน Jackson Hole โดย Warsh เน้นว่าเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed และมองว่าการส่งสัญญาณชี้นำทิศทางนโยบายล่วงหน้าควรมีบทบาทจำกัดมากขึ้น ทำให้ตลาดมีความชัดเจนน้อยลงเกี่ยวกับเส้นทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต  จากนั้นตลาดได้รับรายงานการจ้างงานสหรัฐที่แข็งแกร่งกว่าคาดอย่างมาก  ตามรายงานสถานการณ์การจ้างงานเดือนสิงหาคมของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ขณะที่ตัวเลขเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมถูกปรับเพิ่มขึ้นรวม 55,000 ตำแหน่ง  อย่างไรก็ตาม ตลาดไม่ได้ปรับไปคาดการณ์ว่าการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนมีโอกาสเกิดขึ้นสูงอย่างชัดเจนในทันที  หลังรายงานการจ้างงานออกมา ข้อมูลจาก CME FedWatch สะท้อนว่าตลาดประเมินความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐาน ในเดือนกันยายนไว้ที่ราว 58% ซึ่งยังต่ำกว่าจุดสูงสุดใกล้ 63% ที่เกิดขึ้นช่วง Jackson Hole  คำถามคือ ทำไมตัวเลขการจ้างงานที่ออกมาดีกว่าคาดในระดับนี้ ยังไม่มากพอที่จะทำให้ตลาดได้ข้อสรุปเรื่องทิศทาง Fed?  คำตอบคือ รายงานการจ้างงานแข็งแกร่งก็จริง แต่ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะเปลี่ยนปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อทิศทางนโยบายการเงินในตอนนี้  ตลาดแรงงานยังดูแข็งแกร่ง แต่เงินเฟ้อคือประเด็นที่ตลาดกังวลมากกว่า  และความแตกต่างนี้อาจเป็นตัวกำหนดทิศทางถัดไปของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐ และทองคำ  ตัวเลขจ้างงานสหรัฐออกมาดีกว่าคาด แต่ยังไม่พอเปลี่ยนภาพตลาดแรงงาน  ไม่ต้องสงสัยว่ารายงานการจ้างงานเดือนสิงหาคมออกมาดีกว่าคาด  ข้อมูลจาก BLS แสดงให้เห็นว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1% และอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานเพิ่มขึ้นจาก 61.4% เป็น 61.6%  ตัวเลขการจ้างงานเดือนมิถุนายนถูกปรับจาก +20,000 เป็น +31,000 ตำแหน่ง ขณะที่เดือนกรกฎาคมถูกปรับจากการลดลง 23,000 ตำแหน่ง เป็น เพิ่มขึ้น 21,000 ตำแหน่ง  การปรับทบทวนตัวเลขดังกล่าวช่วยลดความกังวลอย่างมากว่า ตลาดแรงงานสหรัฐอาจกำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัวรุนแรง  แต่หากมองลึกลงไปกว่าตัวเลขหลัก ภาพรวมยังค่อนข้างสมดุล  จากตำแหน่งงานใหม่ทั้งหมด 162,000 ตำแหน่ง มี 59,000 ตำแหน่งมาจากกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยการจ้างงานรายเดือนของภาคธุรกิจนี้ในปีที่ผ่านมาอย่างมากที่ 12,000 ตำแหน่ง อีก 42,000 ตำแหน่งมาจากการศึกษาของรัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการฟื้นตัวกลับมาหลังจากลดลงในเดือนก่อนหน้า  เมื่อรวมกันแล้ว ทั้งสองกลุ่มนี้คิดเป็นมากกว่า 60% ของการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม  ภาคส่วนอื่น ๆ เปลี่ยนแปลงไม่มากนัก ภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 16,000 ตำแหน่ง ภาคก่อสร้างเพิ่มขึ้น 22,000 ตำแหน่ง และภาคสาธารณสุขยังขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่การจ้างงานในภาคข้อมูลข่าวสารลดลง 23,000 ตำแหน่ง  การเติบโตของค่าจ้างยังอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวลมากนัก  ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 0.3% เทียบกับเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 3.1% เทียบกับปีก่อนหน้า  ประเด็นนี้สำคัญ เพราะรายงานการจ้างงานที่แข็งแกร่งจะกลายเป็นเรื่องที่ Fed ต้องกังวลมากขึ้น หากมาพร้อมกับแรงกดดันด้านค่าจ้างที่เร่งตัวขึ้น  แต่รายงานเดือนสิงหาคมยังไม่พบแรงกดดันด้านค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นชัดเจน  ดังนั้น รายงานนี้จึงเปลี่ยนมุมมองต่อตลาดแรงงาน แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนภาพทั้งหมด  รายงานดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงขาลงส่วนใหญ่ที่เกิดจากตัวเลขเดือนกรกฎาคมที่อ่อนแอ แต่สิ่งที่รายงานนี้ ยังไม่ได้พิสูจน์คือการจ้างงานได้เข้าสู่ช่วงเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วรอบใหม่แล้ว  ตลาดแรงงานสหรัฐยังดูแข็งแกร่งและรับแรงกดดันได้ดี  แต่ยังไม่ได้ร้อนแรงเกินไปในตอนนี้  […]

article-thumbnail

2026-09-15 | ข่าวสาร D Prime

ปริมาณการเทรดของ D Prime เดือนสิงหาคม 2026 | ความผันผวนในตลาดยังอยู่ในระดับสูง  

ปริมาณการเทรดของ D Prime ในเดือนสิงหาคม 2026 แตะ 228.67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการเปลี่ยนแปลงของคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ย Fed ราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้น และความผันผวนของเงินเยนที่ช่วยหนุนให้กิจกรรมการเทรดในตลาดยังคึกคัก

article-thumbnail

2026-09-08 | การเคลื่อนไหวของตลาด

ทองคำแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน: เทรดได้ตลอด 24/7 กับ D Prime XAUUSD724 

ทองคำแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน อย่าปล่อยให้ตลาดปิดช่วงสุดสัปดาห์จำกัดกลยุทธ์ของคุณ เทรดได้ตลอด 24/7 กับ D Prime XAUUSD724 เริ่มต้นเพียงไมโครคอนแทรกต์ 1 ออนซ์