รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าช่วยคุ้มครองผู้ฝากเงินใน Signature Bank

รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าช่วยคุ้มครองผู้ฝากเงินใน Signature Bank

2023-03-15

กระทรวงการคลังสหรัฐ ธนาคารกลางสหรัฐ และหน่วยงาน Federal Deposit Insurance Corporation (FDIC) ประกาศในงานแถลงการณ์ร่วมกันเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2566 เพื่อสั่งปิดธนาคาร Signature Bank ในนิวยอร์กเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลุกลามของวิกฤตการธนาคารที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งหน่วยงาน New York Financial Services Department จะเข้ามาควบคุมแทน และผู้ฝากเงินจะสามารถเข้าถึงเงินในธนาคาร Signature Bank ได้ในวันที่ 13 มีนาคม 2023 

ช่วยคุ้มครองผู้ฝากเงินในธนาคาร Signature Bank 

Signature Bank เป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาที่เป็นมิตรกับสกุลเงินดิจิทัลอย่างคริปโตฯ โดยธนาคารอยู่ในอันดับที่ 29 ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของสหรัฐ Signature Bank มีสำนักงานตั้งอยู่ในหลายรัฐ รวมถึงรัฐนิวยอร์กและรัฐคอนเนตทิคัต ซึ่งให้บริการธุรกิจมากถึง 9 ประเภท รวมถึงอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์และการธนาคารสินทรัพย์ดิจิทัล 

เงินฝากเกือบหนึ่งในสี่ของ Signature Bank มาจากอุตสาหกรรมคริปโตฯ เมื่อเดือนกันยายน 2022 และธนาคารได้ประกาศในเดือนธันวาคมว่าจะลดขนาดเงินฝากที่เกี่ยวข้องกับคริปโตฯ เป็นจำนวน 8 พันล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อสิ้นปีที่แล้ว Signature Bank มีเงินฝากรวม 88.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ และสินทรัพย์รวม 110.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ 

หลังการล่มของธนาคาร หน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ พยายามควบคุมความเสียหายเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสถาบันการเงินอื่นๆ ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดการล้มของธนาคารแบบลูกโซ่อย่างรุนแรงได้ 

งานแถลงการณ์ร่วมกล่าวว่า “ผู้ฝากเงินของสถาบันทุกรายจะได้รับการคุ้มครอง เช่นเดียวกับมติของธนาคาร Silicon Valley ผู้เสียภาษีจะไม่ได้รับผลกระทบอันใดจากปัญหาครั้งนี้” อย่างไรก็ตาม ผู้ถือหุ้นและผู้ถือหุ้นที่ไม่มีหลักประกันจะไม่ได้รับการคุ้มครอง

หน่วยงาน FDIC จัดตั้ง “Bridge Bank” โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐจะเข้าช่วยปกป้องผู้ฝากเงินในธนาคาร

ในขณะเดียวกัน หน่วยงาน FDIC ได้ประกาศว่าจะจัดตั้ง “Bridge bank” เพื่อจัดการบัญชีของลูกค้า Signature Bank ที่เพิ่งปิดไป สถาบันจะมีหน้าที่รับรองว่าบัญชีจะดำเนินการได้ปกติโดยไม่หยุดชะงัก ในขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลจะพยายามหาผู้ซื้อสินทรัพย์ของธนาคารที่ปิดกิจการไป 

เป็นที่น่าสังเกตว่ากองทุนประกันเงินฝากของ FDIC มีมูลค่ามากกว่า 100 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมากเกินพอที่จะครอบคลุมเงินฝากทั้งหมดใน Silicon Valley Bank และ Signature Bank ได้

ธนาคารกลางสหรัฐฯ กล่าวว่า “ระบบธนาคารของสหรัฐฯ ยังคงมีความเข้มแข็งและอยู่บนรากฐานที่มั่นคง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการปฏิรูปหลังจากวิกฤตการเงิน ทำให้อุตสาหกรรมของธนาคารมีระบบการป้องกันที่ดีขึ้น การปฏิรูปรวมกับแผนการปัจจุบันแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อให้รับรองความปลอดภัยของเงินฝาก” 

เนื่องจากสหรัฐฯ ได้เผชิญกับความล้มเหลวของธนาคารใหญ่ 2 แห่งในเวลาเพียง 48 ชั่วโมง หน่วยงานรัฐบาลจึงได้ดำเนินการเพื่อ “รับประกัน” สถานการณ์ ซึ่งจะช่วยบรรเทาความกังวลของตลาดเกี่ยวกับการแพร่กระจายของวิกฤตการธนาคารได้ หากผลกระทบของวิกฤตภาคธนาคารค่อยๆ บรรเทาลงในระยะสั้น ก็จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบธนาคารพาณิชย์ได้ 

| เกี่ยวกับ Doo Prime         

เครื่องมือการซื้อขายของเรา       

หลักทรัพย์ ฟิวเจอร์ส ฟอเร็กซ์ โลหะมีค่า สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนีหุ้น      

Doo Prime เป็นโบรกเกอร์ออนไลน์ระดับนานาชาติภายใต้บริษัท Doo Group ที่ให้นักลงทุนมืออาชีพได้ซื้อขายหลักทรัพย์ ฟิวเจอร์ส ฟอเร็กซ์ โลหะมีค่า สินค้าโภคภัณฑ์ และดัชนีหุ้น ปัจจุบัน Doo Prime มอบประสบการณ์การซื้อขายที่ดีที่สุดให้ลูกค้ามากกว่า 90,000 คน โดยมีอัตราการซื้อขายเฉลี่ย 51,223 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน      

Doo Prime มีใบอนุญาตจากเซเชลส์ เมอริเชียส วานูอาตู โดยมีสำนักงานในดัลลัส ซิดนีย์ สิงคโปร์ ฮ่องกง กัวลาลัมเปอร์ และอีกหลายสำนักงานทั่วโลก       

ด้วยเทคโนโลยีการเงินที่สมบูรณ์แบบ พันธมิตรที่แข็งแกร่ง และทีมที่มีประสบการณ์ Doo Prime ให้ประสบการณ์การซื้อขายที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ ให้ราคาการซื้อขายที่ดี รวมไปถึงวิธีการฝาก-ถอนที่รับรอง 10 สกุลเงิน อีกทั้ง Doo Prime ยังให้การบริการลูกค้าในหลากหลายภาษาตลอด 24 ชั่วโมง และยังสามารถทำการซื้อขายได้อย่างรวดเร็วผ่านแพลตฟอร์ม MT4, MT5, TradingView, และ InTrade ที่มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 10,000 รายการ       

วิสัยทัศน์และภารกิจของ Doo Prime คือการเป็นองค์กรเทคโนโลยีการเงินในฐานะโบรกเกอร์ด้านการลงทุนผลิตภัณฑ์ทางการเงินระดับโลก       

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Doo Prime โปรดติดต่อ       

โทรศัพท์       
ยุโรป : +44 11 3733 5199         
เอเชีย : +852 3704 4241          
เอเชีย – สิงคโปร์: +65 6011 1415         
เอเชีย – จีน : +86 400 8427 539           

อีเมล     
ฝ่ายบริการด้านเทคนิค th.support@dooprime.com         
ฝ่ายขาย th.sales@dooprime.com        

ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต (Forward-looking Statement)          

ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต (Forward-looking Statement)        

บทความนี้มีข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต (Forward-looking Statement) ปรากฏอยู่ เช่นคำว่า “คาดการณ์ว่า” “เชื่อว่า” “ต่อไป” “สามารถ” “ประมาณ” “คาดว่า” “หวังว่า” “ตั้งใจว่า” “อาจจะ” “วางแผนว่า” “มีแนวโน้มว่า” “คาดเดาว่า” “ควรจะ” หรือ “จะ” หรือข้อความอื่น ๆ ซึ่งเป็นการคาดการณ์ถึงเหตุการณ์ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ในข้อความที่ไม่มีคำลักษณะนี้ปรากฏอยู่มิได้แสดงว่าข้อความเหล่านี้ไม่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต ข้อความเกี่ยวกับความคาดหวัง ความเชื่อ แผนการ จุดประสงค์ ข้อสันนิษฐาน เหตุการณ์ในอนาคต และการกระทำในอนาคตของ Doo Prime จะเป็นข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต         

Doo Prime ใช้ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตอ้างอิงมาจากข้อมูลปัจจุบันที่มีอยู่ ความคาดหวังในปัจจุบัน ข้อสันนิษฐาน การคาดคะเน และการวางแผน Doo Prime เชื่อว่าความคาดหวังในปัจจุบัน ข้อสันนิษฐาน การคาดคะเน และการวางแผนเหล่านั้นสมเหตุสมผล อย่างไรก็ตาม ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตนี้ไม่ใช่เป็นเพียงการคาดหมายและเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่สามารถรับรู้และไม่สามารถรับรู้ได้ แต่หลายเหตุการณ์เป็นเหตุการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุมของ Doo Prime ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนเหล่านี้อาจส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ และการกระทำที่แตกต่างจากที่ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตได้แสดงออกหรือแสดงนัยไว้        

Doo Prime ไม่รับรองหรือรับประกันความน่าเชื่อถือ ความถูกต้อง หรือความสมบูรณ์ของข้อความเหล่านั้น Doo Prime ไม่มีหน้าที่ส่งข้อมูลหรือแก้ไขข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตเหล่านี้    

การเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง       

การซื้อขายเครื่องมือทางการเงินมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากความผันผวนของมูลค่าและราคาของเครื่องมือทางการเงิน เนื่องจากความเคลื่อนไหวทางการตลาดที่ไม่พึงประสงค์และคาดการณ์ไม่ได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายแก่นักลงทุนในระยะเวลาที่รวดเร็วได้ ผลการลงทุนในอดีตไม่สามารถชี้วัดความสำเร็จหรือผลกำไรในการลงทุนได้ การลงทุนด้านนี้เกี่ยวข้องกับมาร์จินและเลเวอเรจ ซึ่งการลงทุนจำนวนเล็กน้อยอาจส่งผลประทบมากได้ ดังนั้น นักลงทุนควรเตรียมรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการซื้อขาย       

โปรดอ่านและทำความเข้าใจความเสี่ยงของการซื้อขายเครื่องมือทางการเงินอย่างถี่ถ้วนก่อนที่จะทำธุรกรรมกับ Doo Prime หากมีข้อสงสัยในการลงทุน ควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่ข้อมูลข้อตกลงการทำธุรกรรมและการเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง   

ข้อความปฏิเสธการรับผิดชอบตามกฎหมาย       

ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปแก่สาธารณะเท่านั้น ข้อมูลไม่ควรถูกตีความเป็นคำปรึกษาทางด้านการลงทุน คำแนะนำ ข้อเสนอ หรือคำเชิญชวนเพื่อซื้อหรือขายเครื่องมือทางการเงินใด ๆ ข้อมูลที่นำเสนอในบทความนี้จัดทำขึ้นโดยโดยไม่มีการอ้างอิงหรือพิจารณาถึงจุดประสงค์การลงทุนหรือสถานะทางการเงินของผู้ใดผู้หนึ่งแต่อย่างใด การอ้างอิงถึงประสิทธิภาพของเครื่องมือทางการเงินในอดีต เครื่องมือทางการดัชนี หรือผลิตภัณฑ์การลงทุนไม่ใช่ตัวบ่งชี้ที่เชื่อถือได้สำหรับผลลัพธ์ในอนาคต Doo Prime ไม่รับรองและรับประกันข้อมูล และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียหรือความเสียหายทั้งทางตรงและทางอ้อมอันเป็นผลมาจากความไม่ถูกต้องหรือความไม่สมบูรณ์ของข้อมูล Doo Prime ไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายที่เป็นผลมาจากความเสี่ยงการซื้อขาย กำไร หรือขาดทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนส่วนบุคคล 

สารจาก D PrimeIconBrandElement

article-thumbnail

2026-09-24 | ข่าวสาร D Prime

#DooTrader International Cup: รอบที่ 4 เริ่มแล้ว พร้อมดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน (Daily ROI PK) 

#DooTrader International Cup รอบที่ 4 เปิดตัว Daily ROI PK หรือดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน ท้าคู่แข่งได้ทุกวัน ชนะรับ 10 คะแนน และหากแพ้ก็ไม่เสียคะแนน  #DooTrader International Cup: รอบที่ 4 เริ่มแล้ว พร้อมดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน (Daily ROI PK)  รอบที่ 4 เริ่มแล้ว และการแข่งขันกำลังเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม  ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2026 เป็นต้นไป #DooTrader International Cup 26/27 เปิดตัว #DooTrader Daily ROI PK หรือ ดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน ชาเลนจ์แบบตัวต่อตัวสำหรับเทรดเดอร์ที่ลงสนามในตลาดทุกวัน  ในแต่ละวัน #DooTrader จะแนะนำคู่แข่งให้คุณเลือก เลือกมา 1 คน เทรดให้เต็มวัน แล้วดูว่าใครทำอัตราผลตอบแทนได้สูงกว่า  ถ้าชนะ คุณจะได้รับ 10 คะแนน ถ้าแพ้ คะแนนของคุณจะยังคงเท่าเดิม  ทุกแมตช์คืออีกหนึ่งโอกาสในการไต่อันดับบนตารางคะแนนประจำซีซัน เข้าใกล้ Island Showdown Grand Final และร่วมชิงเงินรางวัลรวม USD 1 ล้าน  มาดูรายละเอียดสำคัญทั้งหมดของชาเลนจ์นี้กัน  ดวล 1 ต่อ 1 ทุกวัน สะสมคะแนนได้ทุกวัน: ชาเลนจ์ใหม่สำหรับเทรดเดอร์ที่เทรดเป็นประจำ  Daily ROI PK หรือดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน คือฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดของรอบที่ 4 ที่ออกแบบมาเพื่อตอบแทนเทรดเดอร์ที่ลงสนามอย่างสม่ำเสมอ  คุณไม่ต้องรอให้จบรอบรายเดือน เพราะทุกวันคือโอกาสใหม่ในการเก็บคะแนนเพิ่ม  แล้วการดวลนี้มีอะไรน่าสนใจ?  หนึ่งวัน หนึ่งคู่แข่ง 10 คะแนนที่รอให้คุณชิง  ใครเข้าร่วมการดวลอัตราผลตอบแทนรายวันได้บ้าง: คุณสมบัติและกลุ่มการแข่งขัน  หากต้องการเข้าร่วม คุณต้องมีคุณสมบัติดังนี้:  การดวลจะแยกตาม 2 กลุ่มการแข่งขันเดิม ได้แก่ Rising Star และ Wave Rider คุณจะได้เจอกับเทรดเดอร์ในกลุ่มเดียวกันเท่านั้น เพื่อให้การแข่งขันเป็นธรรม  คุณสามารถเริ่มแมตช์ดวลได้สูงสุด 2 แมตช์ต่อวัน โดยแบ่งเป็นกลุ่มละ 1 แมตช์ เมื่อคุณท้าชิง ระบบจะเลือกบัญชีของคุณที่มีอัตราผลตอบแทนปัจจุบันสูงที่สุดเข้าสู่การดวลโดยอัตโนมัติ  2 กลุ่ม 2 แมตช์ ลุ้นรับได้สูงสุด 20 คะแนนต่อวัน  กำหนดการการดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน: ระยะเวลาแคมเปญและเวลาปิดการลงทะเบียน  ก่อนเลือกคู่แข่งคนแรก อย่าลืมตรวจสอบเวลาให้ชัดเจน  ระยะเวลาแคมเปญ: 18 กันยายน 2026 ถึง 14 มกราคม 2027 (UTC+0) ช่วงเวลาท้าชิงรายวัน: 00:00:00 ถึง 22:59:59 (UTC+0) ช่วงเวลานับผลการแข่งขันรายวัน: 00:00:00 ถึง 23:59:59 (UTC+0)  สำคัญ: คุณจะไม่สามารถเริ่มแมตช์ใหม่ได้หลังเวลา 22:59:59 (UTC+0) ของแต่ละวัน หากเลยเวลานี้แล้ว ต้องรอถึงวันถัดไปจึงจะสามารถท้าชิงใหม่ได้  ดังนั้น อย่าลืมเลือกคู่แข่งให้ทันเวลา  4 ขั้นตอนสู่การดวลอัตราผลตอบแทนรายวันครั้งแรกของคุณ  เข้าสู่ระบบ #DooTrader Portal แล้วเปิดหน้า การดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน จากนั้นทำตาม 4 ขั้นตอนนี้  1. รับรายชื่อคู่แข่ง ในแต่ละวัน […]

article-thumbnail

2026-09-22 | การเคลื่อนไหวของตลาด

CPI สหรัฐฯ ตรงตามคาด ทำไมเฟดยังเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย

เงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ออกมาตามคาด แต่ Fed ยังตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย ดูว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ (PPI) ราคาน้ำมัน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ส่งผลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยอย่างไร

article-thumbnail

2026-09-17 | Dxperts

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ(NFP) สูงเกินคาด ทำไมตลาดยังรอดูตัวเลข CPI 

ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือนสิงหาคมออกมาดีกว่าคาด แต่ตลาดยังจับตา CPI เป็นหลัก ดูว่ารายงานจ้างงาน นโยบาย Fed และยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อาจส่งผลต่อทองคำอย่างไรล สัญญาณแรกมาจากสุนทรพจน์ของ Kevin Warsh ประธาน Fed ที่งาน Jackson Hole โดย Warsh เน้นว่าเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed และมองว่าการส่งสัญญาณชี้นำทิศทางนโยบายล่วงหน้าควรมีบทบาทจำกัดมากขึ้น ทำให้ตลาดมีความชัดเจนน้อยลงเกี่ยวกับเส้นทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต  จากนั้นตลาดได้รับรายงานการจ้างงานสหรัฐที่แข็งแกร่งกว่าคาดอย่างมาก  ตามรายงานสถานการณ์การจ้างงานเดือนสิงหาคมของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ขณะที่ตัวเลขเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมถูกปรับเพิ่มขึ้นรวม 55,000 ตำแหน่ง  อย่างไรก็ตาม ตลาดไม่ได้ปรับไปคาดการณ์ว่าการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนมีโอกาสเกิดขึ้นสูงอย่างชัดเจนในทันที  หลังรายงานการจ้างงานออกมา ข้อมูลจาก CME FedWatch สะท้อนว่าตลาดประเมินความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐาน ในเดือนกันยายนไว้ที่ราว 58% ซึ่งยังต่ำกว่าจุดสูงสุดใกล้ 63% ที่เกิดขึ้นช่วง Jackson Hole  คำถามคือ ทำไมตัวเลขการจ้างงานที่ออกมาดีกว่าคาดในระดับนี้ ยังไม่มากพอที่จะทำให้ตลาดได้ข้อสรุปเรื่องทิศทาง Fed?  คำตอบคือ รายงานการจ้างงานแข็งแกร่งก็จริง แต่ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะเปลี่ยนปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อทิศทางนโยบายการเงินในตอนนี้  ตลาดแรงงานยังดูแข็งแกร่ง แต่เงินเฟ้อคือประเด็นที่ตลาดกังวลมากกว่า  และความแตกต่างนี้อาจเป็นตัวกำหนดทิศทางถัดไปของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐ และทองคำ  ตัวเลขจ้างงานสหรัฐออกมาดีกว่าคาด แต่ยังไม่พอเปลี่ยนภาพตลาดแรงงาน  ไม่ต้องสงสัยว่ารายงานการจ้างงานเดือนสิงหาคมออกมาดีกว่าคาด  ข้อมูลจาก BLS แสดงให้เห็นว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1% และอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานเพิ่มขึ้นจาก 61.4% เป็น 61.6%  ตัวเลขการจ้างงานเดือนมิถุนายนถูกปรับจาก +20,000 เป็น +31,000 ตำแหน่ง ขณะที่เดือนกรกฎาคมถูกปรับจากการลดลง 23,000 ตำแหน่ง เป็น เพิ่มขึ้น 21,000 ตำแหน่ง  การปรับทบทวนตัวเลขดังกล่าวช่วยลดความกังวลอย่างมากว่า ตลาดแรงงานสหรัฐอาจกำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัวรุนแรง  แต่หากมองลึกลงไปกว่าตัวเลขหลัก ภาพรวมยังค่อนข้างสมดุล  จากตำแหน่งงานใหม่ทั้งหมด 162,000 ตำแหน่ง มี 59,000 ตำแหน่งมาจากกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยการจ้างงานรายเดือนของภาคธุรกิจนี้ในปีที่ผ่านมาอย่างมากที่ 12,000 ตำแหน่ง อีก 42,000 ตำแหน่งมาจากการศึกษาของรัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการฟื้นตัวกลับมาหลังจากลดลงในเดือนก่อนหน้า  เมื่อรวมกันแล้ว ทั้งสองกลุ่มนี้คิดเป็นมากกว่า 60% ของการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม  ภาคส่วนอื่น ๆ เปลี่ยนแปลงไม่มากนัก ภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 16,000 ตำแหน่ง ภาคก่อสร้างเพิ่มขึ้น 22,000 ตำแหน่ง และภาคสาธารณสุขยังขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่การจ้างงานในภาคข้อมูลข่าวสารลดลง 23,000 ตำแหน่ง  การเติบโตของค่าจ้างยังอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวลมากนัก  ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 0.3% เทียบกับเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 3.1% เทียบกับปีก่อนหน้า  ประเด็นนี้สำคัญ เพราะรายงานการจ้างงานที่แข็งแกร่งจะกลายเป็นเรื่องที่ Fed ต้องกังวลมากขึ้น หากมาพร้อมกับแรงกดดันด้านค่าจ้างที่เร่งตัวขึ้น  แต่รายงานเดือนสิงหาคมยังไม่พบแรงกดดันด้านค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นชัดเจน  ดังนั้น รายงานนี้จึงเปลี่ยนมุมมองต่อตลาดแรงงาน แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนภาพทั้งหมด  รายงานดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงขาลงส่วนใหญ่ที่เกิดจากตัวเลขเดือนกรกฎาคมที่อ่อนแอ แต่สิ่งที่รายงานนี้ ยังไม่ได้พิสูจน์คือการจ้างงานได้เข้าสู่ช่วงเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วรอบใหม่แล้ว  ตลาดแรงงานสหรัฐยังดูแข็งแกร่งและรับแรงกดดันได้ดี  แต่ยังไม่ได้ร้อนแรงเกินไปในตอนนี้  […]