สรุปข่าวการเงินและการลงทุนประจำวันอังคาร ที่ 12 ต.ค. 64

สรุปข่าวการเงินและการลงทุนประจำวันอังคาร ที่ 12 ต.ค. 64

2021-10-12

สรุปข่าวการเงินและการลงทุน

ดาวโจนส์ปิดร่วง-น้ำมันพุ่งแรง- ทองลง

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อวันที่ 11 ต.ค. นักลงทุนวิตกกังวลว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทเอกชนและการใช้จ่ายของผู้บริโภค

หุ้นดาวโจนส์ปิดร่วง 250.9 จุด ด้านราคาน้ำมันพุ่ง 1.17 ดอลลาร์ขณะที่ทองคำลง 1.70 ดอลลาร์ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,496.06 จุด ลดลง 250.19 จุด หรือ -0.72% ดัชนี เอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 4,361.19 จุด ลดลง 30.15 จุด หรือ -0.69%
ดัชนีแนสแดค ปิดที่ 14,486.20 จุด ลดลง 93.34 จุด หรือ -0.64%

อ้างอิง: posttoday.com/

ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มต่อ หลังวิกฤตพลังงานขาดแคลนในหลายประเทศ

ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มต่อ หลังวิกฤตพลังงานขาดแคลนในหลายประเทศกระตุ้นอุปสงค์น้ำมันให้สูงขึ้น

ปัจจัยบวก ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังตลาดยังคงกังวลวิกฤตพลังงานขาดแคลน
ทั่วโลก ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันตึงตัวมากขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ เริ่มฟื้นตัวจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 รวมถึงราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปและเอเชียที่พุ่งสูงขึ้น กระตุ้นให้มีการเปลี่ยนจากการใช้ก๊าซมาเป็นน้ำมันเพื่อการผลิตไฟฟ้ามากขึ้น
โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอาจช่วยหนุนอุปสงค์น้ำมันดิบให้สูงขึ้นราว
0.75 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้การปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกพลัสราว 0.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ไม่เพียงพอต่ออุปสงค์ในปัจจุบัน โดยทางกลุ่มยังไม่มีการประกาศเพิ่มเติมแม้ว่าราคาน้ำมันจะพุ่งสูงต่อเนื่องก็ตาม

ปัจจัยบวก/ลบ กระทรวงพลังงานสหรัฐ กำลังหามาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องพลเมือง
ชาวอเมริกันและรับมือกับภาวะอุปทานน้ำมันตึงตัวในตลาด อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้ ยังไม่มีแผนที่จะระบายน้ำมันออกจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) และการระงับส่งออกน้ำมันดิบ

ราคาน้ำมันเบนซิน
ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันเบนซินในภูมิภาคที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงการนำเข้าของสิงคโปร์ที่มากขึ้นหลังอุปทาน
ในประเทศปรับลดลง

ราคาน้ำมันดีเซล
ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์ในภูมิภาคปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางปริมาณการส่งออกของจีนที่ลดลง ส่งผลให้ตลาดน้ำมันดีเซลเข้าสู่สมดุลมากขึ้น

อ้างอิง: th.investing.com/

บริษัทอสังหาฯ จีนผิดนัดชำระหนี้อีกราย ขณะวิกฤตหนี้ส่อเค้าบานปลาย

บริษัท ซีนิค โฮลดิ้งส์ กรุ๊ป (Sinic Holdings Group Co.) เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์จีนรายล่าสุดที่เตือนถึงการผิดนัดชำระหนี้ในอีกไม่ช้า ในขณะที่ความเสี่ยงดังกล่าวมีแนวโน้มลุกลามเพิ่มขึ้น จนทำให้นักลงทุนตั้งข้อสังเกตว่าจะมีบริษัทใดอีกบ้างที่เผชิญกับวิกฤตหนี้สินในลักษณะนี้
ซีนิคระบุในเอกสารที่ยื่นให้กับตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงว่า บริษัทคาดว่าจะไม่สามารถชำระหนี้พันธบัตรในสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งมีมูลค่า 250 ล้านดอลลาร์ได้ตามกำหนดในวันที่ 18 ต.ค.นี้ และอาจนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้พันธบัตรอีกสองรายการ

ทั้งนี้ บริษัทมีพันธบัตรสกุลเงินดอลลาร์ที่ค้างชำระอยู่ที่ 694 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ยังผิดนัดชำระหนี้ภายในประเทศเมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้หุ้นของบริษัทร่วงลงไป 87%

อ้างอิง: infoquest.co.th/

ทองคำปรับตัวขึ้น ขานรับความคาดหวังเฟดลด QE

ทองคำปรับตัวขึ้นในเช้าวันอังคารที่เอเชีย หลังจากซื้อขายทรงตัวเมื่อเปิดเซสชั่นในเอเชีย ค่าเงินดอลลาร์ ยังขยับขึ้นเหนือความคาดหมายอย่างกว้างขวางว่าธนาคารกลางสหรัฐจะเริ่มลดสินทรัพย์ลงในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำ ขยับขึ้น 0.16% เป็น 1,758.55 ดอลลาร์ เมื่อเวลา 23:36 น. ET (3:36 น. GMT) ค่าเงินดอลลาร์ซึ่งปกติจะเคลื่อนไหวผกผันกับทองคำ ขยับขึ้นในวันอังคาร และยังคงอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 1 ปีในเดือนกันยายน ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นและความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐจะเริ่มลดสินทรัพย์ลงในไม่ช้า ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น นักลงทุนจะติดตามความคิดเห็นจากประธานเฟดประจำแอตแลนตา
ราฟาเอล บอสติก ซึ่งจะถึงกำหนดในวันนี้ และ ผลการประชุมครั้งล่าสุดของเฟด ซึ่งจะครบกำหนดในวันพุธ

อย่างไรก็ตาม ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก นั้นแตกต่างกันเล็กน้อย เนื่องจากระดับเงินเฟ้อในยูโรโซนในปัจจุบันไม่กระตุ้นให้มีการดำเนินนโยบายการเงิน เนื่องจากการเติบโตของราคาบริการและค่าแรงยังคงอ่อนแอ ฟิลิป เลน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกลางยุโรป กล่าวเมื่อวันจันทร์

ส่วนธนาคารแห่งประเทศเกาหลียังคงรักษา อัตราดอกเบี้ย ไม่เปลี่ยนแปลงที่ 0.75% หลังส่งมอบการตัดสินใจด้านนโยบายไปก่อนหน้านี้ในวันนั้น

ในโลหะมีค่าอื่นๆ เงินขยับลง 0.2% ในขณะที่แพลตตินั่มลดลง 0.5% พัลลาเดียมร่วงลง 0.4% สู่ระดับ 2,103.16 ดอลลาร์ หลังจากแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน ที่ 2,182.67 ดอลลาร์ ในวันจันทร์ Nornickel ของรัสเซียซึ่งเป็นผู้ผลิตโลหะรายใหญ่ที่สุดของโลกได้ปรับลดประมาณการการขาดดุลสำหรับตลาดแพลเลเดียมทั่วโลกในปี 2564 จนถึงปี 2565 เนื่องจากภาคยานยนต์ฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด

อ้างอิง: th.investing.com

สารจาก D PrimeIconBrandElement

article-thumbnail

2026-09-24 | ข่าวสาร D Prime

#DooTrader International Cup: รอบที่ 4 เริ่มแล้ว พร้อมดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน (Daily ROI PK) 

#DooTrader International Cup รอบที่ 4 เปิดตัว Daily ROI PK หรือดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน ท้าคู่แข่งได้ทุกวัน ชนะรับ 10 คะแนน และหากแพ้ก็ไม่เสียคะแนน  #DooTrader International Cup: รอบที่ 4 เริ่มแล้ว พร้อมดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน (Daily ROI PK)  รอบที่ 4 เริ่มแล้ว และการแข่งขันกำลังเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม  ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2026 เป็นต้นไป #DooTrader International Cup 26/27 เปิดตัว #DooTrader Daily ROI PK หรือ ดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน ชาเลนจ์แบบตัวต่อตัวสำหรับเทรดเดอร์ที่ลงสนามในตลาดทุกวัน  ในแต่ละวัน #DooTrader จะแนะนำคู่แข่งให้คุณเลือก เลือกมา 1 คน เทรดให้เต็มวัน แล้วดูว่าใครทำอัตราผลตอบแทนได้สูงกว่า  ถ้าชนะ คุณจะได้รับ 10 คะแนน ถ้าแพ้ คะแนนของคุณจะยังคงเท่าเดิม  ทุกแมตช์คืออีกหนึ่งโอกาสในการไต่อันดับบนตารางคะแนนประจำซีซัน เข้าใกล้ Island Showdown Grand Final และร่วมชิงเงินรางวัลรวม USD 1 ล้าน  มาดูรายละเอียดสำคัญทั้งหมดของชาเลนจ์นี้กัน  ดวล 1 ต่อ 1 ทุกวัน สะสมคะแนนได้ทุกวัน: ชาเลนจ์ใหม่สำหรับเทรดเดอร์ที่เทรดเป็นประจำ  Daily ROI PK หรือดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน คือฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดของรอบที่ 4 ที่ออกแบบมาเพื่อตอบแทนเทรดเดอร์ที่ลงสนามอย่างสม่ำเสมอ  คุณไม่ต้องรอให้จบรอบรายเดือน เพราะทุกวันคือโอกาสใหม่ในการเก็บคะแนนเพิ่ม  แล้วการดวลนี้มีอะไรน่าสนใจ?  หนึ่งวัน หนึ่งคู่แข่ง 10 คะแนนที่รอให้คุณชิง  ใครเข้าร่วมการดวลอัตราผลตอบแทนรายวันได้บ้าง: คุณสมบัติและกลุ่มการแข่งขัน  หากต้องการเข้าร่วม คุณต้องมีคุณสมบัติดังนี้:  การดวลจะแยกตาม 2 กลุ่มการแข่งขันเดิม ได้แก่ Rising Star และ Wave Rider คุณจะได้เจอกับเทรดเดอร์ในกลุ่มเดียวกันเท่านั้น เพื่อให้การแข่งขันเป็นธรรม  คุณสามารถเริ่มแมตช์ดวลได้สูงสุด 2 แมตช์ต่อวัน โดยแบ่งเป็นกลุ่มละ 1 แมตช์ เมื่อคุณท้าชิง ระบบจะเลือกบัญชีของคุณที่มีอัตราผลตอบแทนปัจจุบันสูงที่สุดเข้าสู่การดวลโดยอัตโนมัติ  2 กลุ่ม 2 แมตช์ ลุ้นรับได้สูงสุด 20 คะแนนต่อวัน  กำหนดการการดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน: ระยะเวลาแคมเปญและเวลาปิดการลงทะเบียน  ก่อนเลือกคู่แข่งคนแรก อย่าลืมตรวจสอบเวลาให้ชัดเจน  ระยะเวลาแคมเปญ: 18 กันยายน 2026 ถึง 14 มกราคม 2027 (UTC+0) ช่วงเวลาท้าชิงรายวัน: 00:00:00 ถึง 22:59:59 (UTC+0) ช่วงเวลานับผลการแข่งขันรายวัน: 00:00:00 ถึง 23:59:59 (UTC+0)  สำคัญ: คุณจะไม่สามารถเริ่มแมตช์ใหม่ได้หลังเวลา 22:59:59 (UTC+0) ของแต่ละวัน หากเลยเวลานี้แล้ว ต้องรอถึงวันถัดไปจึงจะสามารถท้าชิงใหม่ได้  ดังนั้น อย่าลืมเลือกคู่แข่งให้ทันเวลา  4 ขั้นตอนสู่การดวลอัตราผลตอบแทนรายวันครั้งแรกของคุณ  เข้าสู่ระบบ #DooTrader Portal แล้วเปิดหน้า การดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน จากนั้นทำตาม 4 ขั้นตอนนี้  1. รับรายชื่อคู่แข่ง ในแต่ละวัน […]

article-thumbnail

2026-09-22 | การเคลื่อนไหวของตลาด

CPI สหรัฐฯ ตรงตามคาด ทำไมเฟดยังเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย

เงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ออกมาตามคาด แต่ Fed ยังตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย ดูว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ (PPI) ราคาน้ำมัน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ส่งผลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยอย่างไร

article-thumbnail

2026-09-17 | Dxperts

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ(NFP) สูงเกินคาด ทำไมตลาดยังรอดูตัวเลข CPI 

ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือนสิงหาคมออกมาดีกว่าคาด แต่ตลาดยังจับตา CPI เป็นหลัก ดูว่ารายงานจ้างงาน นโยบาย Fed และยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อาจส่งผลต่อทองคำอย่างไรล สัญญาณแรกมาจากสุนทรพจน์ของ Kevin Warsh ประธาน Fed ที่งาน Jackson Hole โดย Warsh เน้นว่าเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed และมองว่าการส่งสัญญาณชี้นำทิศทางนโยบายล่วงหน้าควรมีบทบาทจำกัดมากขึ้น ทำให้ตลาดมีความชัดเจนน้อยลงเกี่ยวกับเส้นทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต  จากนั้นตลาดได้รับรายงานการจ้างงานสหรัฐที่แข็งแกร่งกว่าคาดอย่างมาก  ตามรายงานสถานการณ์การจ้างงานเดือนสิงหาคมของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ขณะที่ตัวเลขเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมถูกปรับเพิ่มขึ้นรวม 55,000 ตำแหน่ง  อย่างไรก็ตาม ตลาดไม่ได้ปรับไปคาดการณ์ว่าการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนมีโอกาสเกิดขึ้นสูงอย่างชัดเจนในทันที  หลังรายงานการจ้างงานออกมา ข้อมูลจาก CME FedWatch สะท้อนว่าตลาดประเมินความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐาน ในเดือนกันยายนไว้ที่ราว 58% ซึ่งยังต่ำกว่าจุดสูงสุดใกล้ 63% ที่เกิดขึ้นช่วง Jackson Hole  คำถามคือ ทำไมตัวเลขการจ้างงานที่ออกมาดีกว่าคาดในระดับนี้ ยังไม่มากพอที่จะทำให้ตลาดได้ข้อสรุปเรื่องทิศทาง Fed?  คำตอบคือ รายงานการจ้างงานแข็งแกร่งก็จริง แต่ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะเปลี่ยนปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อทิศทางนโยบายการเงินในตอนนี้  ตลาดแรงงานยังดูแข็งแกร่ง แต่เงินเฟ้อคือประเด็นที่ตลาดกังวลมากกว่า  และความแตกต่างนี้อาจเป็นตัวกำหนดทิศทางถัดไปของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐ และทองคำ  ตัวเลขจ้างงานสหรัฐออกมาดีกว่าคาด แต่ยังไม่พอเปลี่ยนภาพตลาดแรงงาน  ไม่ต้องสงสัยว่ารายงานการจ้างงานเดือนสิงหาคมออกมาดีกว่าคาด  ข้อมูลจาก BLS แสดงให้เห็นว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1% และอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานเพิ่มขึ้นจาก 61.4% เป็น 61.6%  ตัวเลขการจ้างงานเดือนมิถุนายนถูกปรับจาก +20,000 เป็น +31,000 ตำแหน่ง ขณะที่เดือนกรกฎาคมถูกปรับจากการลดลง 23,000 ตำแหน่ง เป็น เพิ่มขึ้น 21,000 ตำแหน่ง  การปรับทบทวนตัวเลขดังกล่าวช่วยลดความกังวลอย่างมากว่า ตลาดแรงงานสหรัฐอาจกำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัวรุนแรง  แต่หากมองลึกลงไปกว่าตัวเลขหลัก ภาพรวมยังค่อนข้างสมดุล  จากตำแหน่งงานใหม่ทั้งหมด 162,000 ตำแหน่ง มี 59,000 ตำแหน่งมาจากกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยการจ้างงานรายเดือนของภาคธุรกิจนี้ในปีที่ผ่านมาอย่างมากที่ 12,000 ตำแหน่ง อีก 42,000 ตำแหน่งมาจากการศึกษาของรัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการฟื้นตัวกลับมาหลังจากลดลงในเดือนก่อนหน้า  เมื่อรวมกันแล้ว ทั้งสองกลุ่มนี้คิดเป็นมากกว่า 60% ของการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม  ภาคส่วนอื่น ๆ เปลี่ยนแปลงไม่มากนัก ภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 16,000 ตำแหน่ง ภาคก่อสร้างเพิ่มขึ้น 22,000 ตำแหน่ง และภาคสาธารณสุขยังขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่การจ้างงานในภาคข้อมูลข่าวสารลดลง 23,000 ตำแหน่ง  การเติบโตของค่าจ้างยังอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวลมากนัก  ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 0.3% เทียบกับเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 3.1% เทียบกับปีก่อนหน้า  ประเด็นนี้สำคัญ เพราะรายงานการจ้างงานที่แข็งแกร่งจะกลายเป็นเรื่องที่ Fed ต้องกังวลมากขึ้น หากมาพร้อมกับแรงกดดันด้านค่าจ้างที่เร่งตัวขึ้น  แต่รายงานเดือนสิงหาคมยังไม่พบแรงกดดันด้านค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นชัดเจน  ดังนั้น รายงานนี้จึงเปลี่ยนมุมมองต่อตลาดแรงงาน แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนภาพทั้งหมด  รายงานดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงขาลงส่วนใหญ่ที่เกิดจากตัวเลขเดือนกรกฎาคมที่อ่อนแอ แต่สิ่งที่รายงานนี้ ยังไม่ได้พิสูจน์คือการจ้างงานได้เข้าสู่ช่วงเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วรอบใหม่แล้ว  ตลาดแรงงานสหรัฐยังดูแข็งแกร่งและรับแรงกดดันได้ดี  แต่ยังไม่ได้ร้อนแรงเกินไปในตอนนี้  […]