จากการคาดการณ์ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ล่าสุดของ Statista Market Insights คาดว่าตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกจะมีมูลค่าตามหน้าสัญญารวมสูงถึง 146.64 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 เพิ่มขึ้นจาก 144.05 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อนหน้า
การเติบโตอย่างต่อเนื่องนี้เป็นสัญญาณสำคัญต่อตลาดการเงินโดยรวม และสะท้อนให้เห็นถึงสภาพคล่องจำนวนมหาศาลที่มีอยู่ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาตัวเลขภาพรวมในระดับมหภาคเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
สำหรับเทรดเดอร์ที่ซื้อขายอย่างต่อเนื่อง คำถามสำคัญของแนวโน้มตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ปี 2026 คือ เงินทุนเหล่านี้กำลังไหลเข้าสู่ภาคส่วนใดบ้าง เพราะเหตุใดภาคส่วนเหล่านั้นจึงดึงดูดเม็ดเงินจำนวนมาก ปัจจัยพื้นฐานใดกำลังขับเคลื่อนราคา และนักลงทุนควรจับตาสินทรัพย์ตัวใดในช่วงนี้

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ 4 กลุ่มหลักในปี 2026 โดยพิจารณาว่ากลุ่มใดมีสภาพคล่องสูงที่สุดจากการคาดการณ์ตลาดครั้งนี้ เพื่อช่วยให้คุณมองเห็นโอกาสในการเทรดครั้งต่อไป
ภาพรวมมูลค่าตามหน้าสัญญาของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์แต่ละกลุ่ม
การทำความเข้าใจว่าสภาพคล่องกระจุกตัวอยู่ที่ใดเป็นสิ่งสำคัญต่อการมองหาแนวทางการเทรดที่ชัดเจนในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ปี 2026
ในปี 2026 มูลค่าตามหน้าสัญญารวมที่คาดการณ์ไว้จะอยู่ที่ 146.64 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับ 144.06 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 จะเห็นว่าเงินทุนในทุกกลุ่มหลักยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมอย่างสม่ำเสมอของนักลงทุนสถาบัน
| ปี 2025 (ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) | ประมาณการปี 2026 (ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) | |
| สินค้าพลังงาน | 49.98 | 51.16 ⬆️ |
| สินค้าเกษตร | 36.89 | 37.46 ⬆️ |
| โลหะมีค่า | 35.49 | 36.11 ⬆️ |
| โลหะอุตสาหกรรม | 21.67 | 21.88 ⬆️ |
| อื่น ๆ | 0.02 | 0.02 |
| รวม | 144.06 | 146.64 |
มูลค่าตามหน้าสัญญาของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์: ข้อมูลจริงปี 2025 เทียบกับประมาณการปี 2026 (ที่มา: Statista
เงินทุนจำนวนมหาศาลนี้กระจายอยู่ใน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ สินค้าพลังงาน มูลค่า 51.16 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (34.89%) สินค้าเกษตร มูลค่า 37.46 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (25.55%) โลหะมีค่า มูลค่า 36.11 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (24.63%) และโลหะอุตสาหกรรม มูลค่า 21.88 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (14.92%)

สินค้าพลังงานครองสัดส่วนการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวมมากที่สุดตามที่คาดไว้ ขณะที่สินค้าเกษตรและโลหะมีค่ามีเงินทุนไหลเข้าใกล้เคียงกัน โดยอยู่ในอันดับสองและสามตามลำดับจากการคาดการณ์ครั้งนี้
[สำรวจการเทรดสินค้าโภคภัณฑ์กับ D Prime]
ภาพรวมอนุพันธ์สินค้าโภคภัณฑ์ปี 2026
For investors analyzing the 2026 commodity market outlook, the real value lies in understanding exactly what is drawing capital into the most traded commodities across these four sectors. Once you understand the forces driving the price action and which specific instruments to watch, you get a much clearer map of where to trade next.
สินค้าพลังงาน: กลุ่มที่มีสัดส่วนตลาดมากที่สุด
- มูลค่าตามหน้าสัญญาที่คาดการณ์: 51.16 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ | 34.89%

สินค้าพลังงานเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าสูงที่สุดในบรรดา 4 กลุ่มที่กล่าวถึง และไม่ใช่เรื่องแปลกที่น้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจะได้รับความสนใจอย่างใกล้ชิด เพราะตลาดเหล่านี้เชื่อมโยงโดยตรงกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ และอุปทานทั่วโลก
การตัดสินใจที่ไม่คาดคิดของ OPEC+ หรือความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นบริเวณเส้นทางขนส่งอุปทานสำคัญ หรือการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มอุปสงค์ ล้วนส่งผลให้มุมมองต่อราคาน้ำมันดิบและสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว
ปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคาพลังงาน
OPEC+ • การหยุดชะงักของอุปทาน • ภูมิรัฐศาสตร์ • ปริมาณสินค้าคงคลัง • การเติบโตของเศรษฐกิจโลก • สภาพอากาศ
ตลาดที่ควรจับตา
WTI • Brent • ก๊าซธรรมชาติ
สินค้าเกษตร: เมื่อสภาพอากาศกลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนตลาด
- มูลค่าตามหน้าสัญญาที่คาดการณ์: 37.46 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ | 25.55%

ไม่ว่าเศรษฐกิจโดยรวมจะอยู่ในช่วงใด ผู้คนทั่วโลกก็ยังต้องบริโภคอาหาร ทำให้สินค้าเกษตรมีความต้องการพื้นฐานในระดับสูงและค่อนข้างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม สินค้าเกษตรหลายชนิดขึ้นอยู่กับวงจรการเพาะปลูกตามฤดูกาล หากมีปัจจัยที่คุกคามผลผลิตในอนาคต ตลาดจึงมีความเสี่ยงที่จะเผชิญภาวะอุปทานสะดุด
เมื่อเกิดการหยุดชะงักของอุปทาน ราคาสินค้าเกษตรอาจเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดิมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อผู้เล่นในตลาดต้องปรับการคาดการณ์ใหม่ตลอดทั้งรอบการเก็บเกี่ยว
ปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคาสินค้าเกษตร
สภาพอากาศ • สภาพการเก็บเกี่ยว • ข้อจำกัดการส่งออก • ต้นทุนปัจจัยการผลิต • รายงานผลผลิตทางการเกษตร • ห่วงโซ่อุปทาน
ตลาดที่ควรจับตา
ข้าวสาลี • โกโก้ • ถั่วเหลือง • ข้าวโพด
โลหะมีค่า: จุดบรรจบของปัจจัยมหภาคและความเชื่อมั่นของตลาด
- มูลค่าตามหน้าสัญญาที่คาดการณ์: 36.11 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ | 24.63%

โลหะมีค่าได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัยที่เชื่อมโยงกัน ทั้งนโยบายการเงิน ค่าเงิน ความต้องการลงทุน และการใช้งานในภาคอุตสาหกรรม ในการติดตามแนวโน้มตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ปี 2026 กลุ่มนี้จึงยังคงเป็นตลาดสำคัญที่ควรให้ความสนใจ
ราคาทองคำ ได้รับการจับตาอย่างใกล้ชิดเมื่ออัตราผลตอบแทนที่แท้จริง ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ นโยบายของธนาคารกลาง หรือความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนแปลง เพราะปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลต่อราคาโลหะมีค่าโดยรวม ส่วนเงิน มีความต้องการจากภาคอุตสาหกรรมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่โลหะอย่างแพลเลเดียมก็มีปัจจัยด้านอุปสงค์และอุปทานเฉพาะตัว
ปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคาโลหะมีค่า
นโยบายธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) • อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง • ดอลลาร์สหรัฐ (USD) • การคาดการณ์เงินเฟ้อ • ภูมิรัฐศาสตร์ • ความต้องการจากภาคอุตสาหกรรม
ตลาดที่ควรจับตา
ทองคำ (XAU/USD) • เงิน (XAG/USD) • แพลเลเดียม
โลหะอุตสาหกรรม: ดัชนีสะท้อนภาพเศรษฐกิจจริง
- มูลค่าตามหน้าสัญญาที่คาดการณ์: 21.88 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ | 14.92%

ทองแดง อะลูมิเนียม และนิกเกิลเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการก่อสร้าง การผลิต โครงสร้างพื้นฐาน และการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า ทำให้ตลาดกลุ่มนี้อ่อนไหวต่อความคาดหวังเกี่ยวกับการเติบโตของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะพัฒนาการในประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น จีน
นอกจากนี้ การพัฒนาแหล่งผลิตโลหะอุตสาหกรรมแห่งใหม่อาจต้องใช้เวลาหลายปี ราคาจึงอ่อนไหวเป็นพิเศษเมื่ออุปสงค์เปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่กำลังการผลิตจะปรับตามได้ ความยืดหยุ่นที่จำกัดของอุปทาน ประกอบกับความต้องการวัตถุดิบจำนวนมากจากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวทั่วโลก ทำให้ราคาโลหะอุตสาหกรรมตอบสนองต่อข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคอย่างมาก
ปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคาโลหะอุตสาหกรรม
แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลก • ข้อมูลเศรษฐกิจจีน • การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน • วัฏจักรแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) • ข้อจำกัดด้านอุปทานโลหะอุตสาหกรรม
ตลาดที่ควรจับตา
ทองแดง • อะลูมิเนียม • นิกเกิล
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์มูลค่า 146 ล้านล้านดอลลาร์บอกอะไรกับเทรดเดอร์
ข้อสรุปสำคัญจากการคาดการณ์ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ปี 2026 ไม่ใช่ว่ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง “ดีกว่า” กลุ่มอื่น แต่ละกลุ่มตอบสนองต่อปัจจัยที่แตกต่างกัน จึงทำให้แนวโน้มตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ปี 2026 มีความซับซ้อนและต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน
- สินค้าพลังงานตอบสนองต่ออุปทาน ภูมิรัฐศาสตร์ และการเติบโตของเศรษฐกิจโลก
- สินค้าเกษตรได้รับอิทธิพลจากสภาพอากาศ ผลผลิต และกระแสการค้า
- ราคาโลหะมีค่าใกล้ชิดกับอัตราดอกเบี้ย ค่าเงิน และความเชื่อมั่นต่อความเสี่ยง
- โลหะอุตสาหกรรมเป็นอีกหนึ่งตัวชี้ให้เห็นภาพภาคการผลิต โครงสร้างพื้นฐาน และวัฏจักรการเติบโตของเศรษฐกิจโลก
ตัวเลข 146.64 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐช่วยให้เห็นขนาดของตลาดได้ชัดเจน แต่การตัดสินใจเทรดยังคงขึ้นอยู่กับการทำความเข้าใจว่าปัจจัยใดอาจขับเคลื่อนราคาของสินทรัพย์แต่ละตัวในขั้นต่อไป
นำมุมมองตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ไปใช้กับการเทรดของคุณ
การทำความเข้าใจแนวโน้มตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ปี 2026 เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพรวม เมื่อทราบแล้วว่าปัจจัยใดกำลังขับเคลื่อนตลาดพลังงานและโลหะ ขั้นต่อไปคือเลือกวิธีเข้าถึงตลาดเหล่านั้นให้เหมาะกับตนเอง
D Prime เปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงสินทรัพย์สินค้าโภคภัณฑ์สำคัญได้โดยตรง รวมถึงน้ำมันและโลหะมีค่า พร้อมเงื่อนไขการเทรดที่ออกแบบมาเพื่อรองรับกลยุทธ์ที่หลากหลายและช่วยลดต้นทุนหรืออุปสรรคในการเทรด
ถือสถานะน้ำมันและโลหะที่เข้าเงื่อนไขโดยไม่เสียค่าสวอปนาน 7 วัน
การเคลื่อนไหวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ไม่ได้เกิดขึ้นและจบลงภายในช่วงการซื้อขายเพียงครั้งเดียวเสมอไป
ภายใต้ข้อเสนอ Swap-Free ของ D Prime สถานะน้ำมันและโลหะที่เข้าเงื่อนไขสามารถรับสิทธิ์ปลอดค่าสวอปเป็นเวลา 7 วัน ซึ่งช่วยลดต้นทุนการถือสถานะข้ามคืนได้อย่างมาก ทำให้คุณติดตามโมเมนตัมของตลาดตลอดทั้งสัปดาห์ได้ โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนสวอปตามปกติ
(คุณสมบัติของผู้ได้รับสิทธิ์และระยะเวลาเป็นไปตามประเภทบัญชีและเงื่อนไขโปรโมชัน โดยจะมีการเรียกเก็บค่าสวอปตามปกติหลังสิ้นสุดระยะเวลาปลอดค่าสวอป)
พร้อมคว้าโอกาสจากแนวโน้มที่ต่อเนื่องหลายวัน โดยไม่ต้องกังวลกับต้นทุนการถือสถานะข้ามคืนแล้วหรือยัง
สมัครบัญชี Swap-Free ของ D Prime วันนี้ เพื่อควบคุมต้นทุนการถือสถานะโดยอิงจากแนวโน้มตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ล่าสุด และมุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่สิ่งสำคัญ ได้แก่ การดำเนินกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก
การเปิดเผยความเสี่ยง
การซื้อขายหลักทรัพย์ ฟิวเจอร์ส สัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFDs) และผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากมูลค่าและราคาของตราสารทางการเงินเหล่านี้อาจผันผวนอย่างรวดเร็วและคาดการณ์ได้ยาก ความไม่แน่นอนดังกล่าวอาจเกิดจากความเคลื่อนไหวของตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยและคาดเดาไม่ได้ เหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ การประกาศข้อมูลเศรษฐกิจ และสถานการณ์ไม่คาดคิดอื่น ๆ คุณอาจเผชิญการขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการขาดทุนที่เกินกว่าเงินลงทุนเริ่มต้นได้ภายในระยะเวลาอันสั้น
คุณควรทำความเข้าใจลักษณะและความเสี่ยงโดยธรรมชาติของการซื้อขายตราสารทางการเงินแต่ละประเภทอย่างถี่ถ้วน ก่อนทำธุรกรรมใด ๆ กับ D Prime เมื่อคุณทำธุรกรรมกับเรา ถือว่าคุณรับทราบและยอมรับความเสี่ยงดังกล่าวแล้ว
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
ข้อมูลในเอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปและเพื่อการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน คำแนะนำทางการเงิน คำแนะนำด้านการเทรด ข้อเสนอแนะ หรือการเสนอซื้อ เสนอขาย หรือชักชวนให้ซื้อขายตราสารทางการเงินใด ๆ หรือเข้าร่วมกลยุทธ์การเทรดใด ๆ
การเทรดผลิตภัณฑ์ที่มีเลเวอเรจ เช่น สัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFDs) มีความเสี่ยงสูงต่อการขาดทุน และอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ผลลัพธ์ในอนาคตได้ การอ้างอิงถึงแนวโน้มตลาด ผลการดำเนินงานของสินทรัพย์ ระดับราคา หรือข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าใด ๆ เป็นเพียงความคิดเห็นหรือบทวิเคราะห์ภาพรวมตลาด ณ วันที่เผยแพร่ และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
บทความนี้ไม่ได้คำนึงถึงวัตถุประสงค์ สถานะทางการเงิน หรือระดับการยอมรับความเสี่ยงของนักลงทุนแต่ละราย ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลอย่างเป็นอิสระและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจลงทุนหรือทำการเทรดใด ๆ D Prime และบริษัทในเครือไม่รับรองหรือรับประกันความถูกต้อง ความครบถ้วน หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลนี้ และขอปฏิเสธความรับผิดใด ๆ ต่อความสูญเสียหรือความเสียหาย ไม่ว่าทางตรง ทางอ้อม โดยบังเอิญ สืบเนื่อง หรือในลักษณะอื่นใด ที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้หรือการเชื่อถือข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารนี้ ข้อมูลข้างต้นไม่ควรถูกใช้หรือถือเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจเทรด หรือเป็นคำเชิญชวนให้ทำธุรกรรมใด ๆ และไม่ควรใช้รายงานนี้แทนการพิจารณาอย่างเป็นอิสระของคุณเอง
“D Prime” เป็นชื่อแบรนด์ของ D Prime Vanuatu Limited ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Vanuatu Financial Services Commission (หมายเลขบริษัท: 700238) ทั้งนี้ ความพร้อมให้บริการของผลิตภัณฑ์และบริการอาจแตกต่างกันไปตามประเทศหรือพื้นที่ และข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
