สรุปข่าวการเงินและการลงทุนประจำวันศุกร์ ที่ 1 ต.ค. 64

สรุปข่าวการเงินและการลงทุนประจำวันศุกร์ ที่ 1 ต.ค. 64

2021-10-01

สรุปข่าวการเงินและการลงทุน

ตลาดหุ้นสหรัฐผันผวน ปิดตลาดท่ามกลางความวุ่นวายในเดือนกันยายน

ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นในช่วงต้นของวันศุกร์ในเอเชียแปซิฟิก ดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีปิดตัวลง
ท่ามกลางความวุ่นวายในเดือนกันยายน เนื่องจากความเชื่อมั่นในความเสี่ยงลดลง จากความกลัวเรื่องเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่อง อีกทั้งปัญหาคอขวดของห่วงโซ่อุปทาน การชะลอตัวของการเติบโต ไปจนถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว

ในช่วงเซสชั่นซื้อขายของวันพฤหัสบดี S&P 500 ลดลง 51.92 จุดหรือ 1.19% ที่ 4307.53 ดาวโจนส์ ลดลง 546.8 จุดหรือ 1.59% ที่ 33843.93 และ NASDAQ ลดลง 63.86 จุด หรือ 0.44% สู่ 14448.58 สำหรับเดือนนี้ ดัชนี S&P 500 ลดลง 4.8% ทำลายสถิติการปรับขึ้น
7 เดือนติดต่อกัน และทำผลงานประจำเดือนแย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563

ดัชนีดาวโจนส์ และ Nasdaq ร่วงลง 4.3% และ 5.3% ตามลำดับ ซึ่งทั้งคู่ประสบกับเดือนที่แย่ที่สุดของปี

ด้านข่าวนโยบายที่น่าติดตาม ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ลงนามในร่างกฎหมายการจัดสรรระยะสั้น ซึ่งจะทำให้รัฐบาลดำเนินการได้จนถึงวันที่ 3 ธันวาคม เพื่อหลีกเลี่ยงเวลาปิดทำการก่อนที่เงินทุนจะหมดลง

ด้านข้อมูล การขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก สำหรับสัปดาห์ก่อนหน้าอยู่ที่ 362,000 ราย นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 335,000 ราย เมื่อดูจากดาวโจนส์ รายงานตำแหน่งงานประจำเดือนตุลาคม ซึ่งถือเป็นตัวแปรบ่งชี้สำคัญสำหรับธนาคารกลางสหรัฐในการพิจารณานโยบายขั้นถัดไป จะออกในวันที่ 8 ตุลาคม

ขณะนี้นักลงทุนกำลังรอข้อมูลอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะครบกำหนดในช่วงหลัง เพื่อประเมินแรงกดดันด้านราคา ในขณะที่เศรษฐกิจยังคงฟื้นตัวหลังเกิดโรคระบาด ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index) ที่ควรจับตามองอย่างใกล้ชิด คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนสิงหาคมและ 3.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี หลังจากพุ่งขึ้น 3.6% เมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนกรกฎาคม แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2534

อ้างอิง: th.investing.com

ดอลลาร์ทำนิวไฮ 1 ปี คาดเฟดใกล้ถอนมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน

ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี โดยได้แรงหนุนจากคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ใกล้ถอนมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน
ดัชนีดอลลาร์ บวก 0.03% สู่ระดับ 94.37 หลังจากแตะระดับ 94.504 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย.2563 ขณะที่ยูโรปรับตัวลง 0.65% สู่ระดับ 128.97 เยน และร่วงลง 0.24% สู่ระดับ 1.157 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ร่วงลง 0.43% สู่ระดับ 111.48 เยน

นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดมีแนวโน้มปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้

นักลงทุนจับตานายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด และนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ซึ่งจะกล่าวถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้
เพื่อแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ และเน้นย้ำความสำคัญของการใช้นโยบายการเงินและการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ก่อนหน้านี้ นายพาวเวลและนางเยลเลนได้กล่าวถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาเมื่อวันอังคาร โดยระบุเตือนว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาได้ชะลอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ และสหรัฐจะเผชิญภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงเป็นระยะเวลานานกว่าที่คาดไว้ นอกจากนี้ ตลาดจับตาการลงมติในสภาคองเกรสต่อร่างกฎหมายเลี่ยงชัตดาวน์ในวันนี้

นายมิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน คาดการณ์ว่า วุฒิสภาจะให้การอนุมัติร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว เพื่อสนับสนุนหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐให้มีงบประมาณใช้จ่ายจนถึงวันที่ 3 ธ.ค. และหลีกเลี่ยงไม่ให้หน่วยงานเหล่านี้ต้องถูกปิดการดำเนินงาน คำกล่าวของนายแมคคอนเนลล์เป็นการส่งสัญญาณว่าพรรครีพับลิกันจะให้ความร่วมมือกับพรรคเดโมแครตในการผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวในการลงมติวันนี้ โดยถ้อยแถลงของนายแมคคอนเนลล์สอดคล้องกับคำกล่าวของนายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต ซึ่งประกาศว่า สมาชิกวุฒิสภาได้บรรลุข้อตกลงสำหรับการผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวแล้ว

อ้างอิง: www.ryt9.com

ราคาบิทคอยน์วันนี้ขยับขึ้น 2.66% อยู่ที่ 43,477.60 เหรียญสหรัฐ

ราคาบิทคอยน์วันนี้ขยับขึ้น +2.66% อยู่ที่ 43,477.60 เหรียญสหรัฐ หรือราว 1,466,499.45 บาท มูลค่าซื้อขายรวม 30.55 พันล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของราคาเหรียญดิจิทัลคริปโทเคอเรนซีชนิดอื่นๆ Ethereum คงที่ เมื่อเทียบกับราคาปิดเมื่อวานนี้ 2.37% Binance Coin คงที่ เมื่อเทียบกับราคาปิดเมื่อวานนี้.% และ Dogecoin ขยับขึ้น 4.04% ในช่วง 24 ชั่วโมง

สรุปราคาเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี

  • Bitcoin (BTC) ราคา 43,477.60 เหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลง +2.66%
  • Ethereum (ETH) ราคา 3,002.63 เหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลง +2.37%
  • Tether (USDT) ราคา 01.00 เหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลง 0.00%
  • Cardano (ADA) ราคา 2.11 เหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลง +0.99%
  • Binance Coin (BNB) ราคา 386.21 เหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลง +4.04%
  • Terra (LUNA) ราคา 38.15 เหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลง +9.42%
  • Solana (SOL) ราคา 141.81 เหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลง +2.55%
  • USD Coin (USDC) ราคา 1.00 เหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลง -0.02%
  • Polkadot (DOT) ราคา 28.86 เหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลง +3.03%
  • Dogecoin (DOGE) ราคา .20 เหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลง +1.10%

อ้างอิง: prachachat.net

ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าลบ วิตกเงินเฟ้อ-วิกฤตพลังงานในจีน

ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงในวันนี้ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ รวมถึงความขัดแย้งในสภาคองเกรสเกี่ยวกับการเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐนั้น อาจส่งผลให้สหรัฐผิดนัดชำระหนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ขณะที่ตลาดหุ้นบางแห่งในภูมิภาคปิดทำการวันนี้

ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ 28,861.83 จุด ลดลง 590.83 จุด หรือ -2.01% ส่วนตลาดหุ้นจีนและตลาดหุ้นฮ่องกงปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันชาติ
ตลาดในภูมิภาคได้รับแรงกดดันจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ รวมถึงความขัดแย้งในสภาคองเกรสเกี่ยวกับการเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐ

ซึ่งถึงแม้สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติผ่านร่างกฎหมายระงับเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แต่นักลงทุนกังวลว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะถูกขัดขวางจากสมาชิกพรรครีพับลิกันในวุฒิสภา ขณะที่นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐเตือนว่า สภาคองเกรสมีเวลาไม่ถึง 3 สัปดาห์ในการพิจารณาเรื่องการขยายเพดานหนี้ โดยหากสภาคองเกรสล้มเหลวในการดำเนินการดังกล่าว ก็จะส่งผลให้สหรัฐเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจของประเทศ

ขณะเดียวกันนักลงทุนยังจับตาวิกฤตพลังงานในจีน โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลจีนได้สั่งการให้บริษัทพลังงานของรัฐ ซึ่งรวมถึงบริษัทถ่านหินและน้ำมันให้ดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าจะมีพลังงานเพียงพอต่อความต้องการในช่วงฤดูหนาวนี้ โดยรัฐบาลจีนมองว่าวิกฤตพลังงานที่ทำให้ประชาชนไม่มีไฟฟ้าใช้นั้น เป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในภูมิภาค กระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงานของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ยอดส่งออกของเกาหลีใต้เดือนก.ย. พุ่งขึ้น 16.7% เมื่อเทียบรายปี แตะที่ 5.58 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งปรับตัวขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 11 ท่ามกลางการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แม้มีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก็ตาม โดยเป็นการเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เริ่มมีการรวบรวมข้อมูลในปี 2499 และสูงกว่าระดับสูงสุดก่อนหน้านี้ที่ 5.54 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือน ก.ค. ปีนี้

อ้างอิง: infoquest.co.th

สารจาก D PrimeIconBrandElement

article-thumbnail

2026-09-22 | การเคลื่อนไหวของตลาด

CPI สหรัฐฯ ตรงตามคาด ทำไมเฟดยังเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย

เงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ออกมาตามคาด แต่ Fed ยังตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย ดูว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ (PPI) ราคาน้ำมัน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ส่งผลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยอย่างไร

article-thumbnail

2026-09-17 | Dxperts

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ(NFP) สูงเกินคาด ทำไมตลาดยังรอดูตัวเลข CPI 

ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือนสิงหาคมออกมาดีกว่าคาด แต่ตลาดยังจับตา CPI เป็นหลัก ดูว่ารายงานจ้างงาน นโยบาย Fed และยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อาจส่งผลต่อทองคำอย่างไรล สัญญาณแรกมาจากสุนทรพจน์ของ Kevin Warsh ประธาน Fed ที่งาน Jackson Hole โดย Warsh เน้นว่าเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed และมองว่าการส่งสัญญาณชี้นำทิศทางนโยบายล่วงหน้าควรมีบทบาทจำกัดมากขึ้น ทำให้ตลาดมีความชัดเจนน้อยลงเกี่ยวกับเส้นทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต  จากนั้นตลาดได้รับรายงานการจ้างงานสหรัฐที่แข็งแกร่งกว่าคาดอย่างมาก  ตามรายงานสถานการณ์การจ้างงานเดือนสิงหาคมของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ขณะที่ตัวเลขเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมถูกปรับเพิ่มขึ้นรวม 55,000 ตำแหน่ง  อย่างไรก็ตาม ตลาดไม่ได้ปรับไปคาดการณ์ว่าการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนมีโอกาสเกิดขึ้นสูงอย่างชัดเจนในทันที  หลังรายงานการจ้างงานออกมา ข้อมูลจาก CME FedWatch สะท้อนว่าตลาดประเมินความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐาน ในเดือนกันยายนไว้ที่ราว 58% ซึ่งยังต่ำกว่าจุดสูงสุดใกล้ 63% ที่เกิดขึ้นช่วง Jackson Hole  คำถามคือ ทำไมตัวเลขการจ้างงานที่ออกมาดีกว่าคาดในระดับนี้ ยังไม่มากพอที่จะทำให้ตลาดได้ข้อสรุปเรื่องทิศทาง Fed?  คำตอบคือ รายงานการจ้างงานแข็งแกร่งก็จริง แต่ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะเปลี่ยนปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อทิศทางนโยบายการเงินในตอนนี้  ตลาดแรงงานยังดูแข็งแกร่ง แต่เงินเฟ้อคือประเด็นที่ตลาดกังวลมากกว่า  และความแตกต่างนี้อาจเป็นตัวกำหนดทิศทางถัดไปของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐ และทองคำ  ตัวเลขจ้างงานสหรัฐออกมาดีกว่าคาด แต่ยังไม่พอเปลี่ยนภาพตลาดแรงงาน  ไม่ต้องสงสัยว่ารายงานการจ้างงานเดือนสิงหาคมออกมาดีกว่าคาด  ข้อมูลจาก BLS แสดงให้เห็นว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1% และอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานเพิ่มขึ้นจาก 61.4% เป็น 61.6%  ตัวเลขการจ้างงานเดือนมิถุนายนถูกปรับจาก +20,000 เป็น +31,000 ตำแหน่ง ขณะที่เดือนกรกฎาคมถูกปรับจากการลดลง 23,000 ตำแหน่ง เป็น เพิ่มขึ้น 21,000 ตำแหน่ง  การปรับทบทวนตัวเลขดังกล่าวช่วยลดความกังวลอย่างมากว่า ตลาดแรงงานสหรัฐอาจกำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัวรุนแรง  แต่หากมองลึกลงไปกว่าตัวเลขหลัก ภาพรวมยังค่อนข้างสมดุล  จากตำแหน่งงานใหม่ทั้งหมด 162,000 ตำแหน่ง มี 59,000 ตำแหน่งมาจากกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยการจ้างงานรายเดือนของภาคธุรกิจนี้ในปีที่ผ่านมาอย่างมากที่ 12,000 ตำแหน่ง อีก 42,000 ตำแหน่งมาจากการศึกษาของรัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการฟื้นตัวกลับมาหลังจากลดลงในเดือนก่อนหน้า  เมื่อรวมกันแล้ว ทั้งสองกลุ่มนี้คิดเป็นมากกว่า 60% ของการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม  ภาคส่วนอื่น ๆ เปลี่ยนแปลงไม่มากนัก ภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 16,000 ตำแหน่ง ภาคก่อสร้างเพิ่มขึ้น 22,000 ตำแหน่ง และภาคสาธารณสุขยังขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่การจ้างงานในภาคข้อมูลข่าวสารลดลง 23,000 ตำแหน่ง  การเติบโตของค่าจ้างยังอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวลมากนัก  ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 0.3% เทียบกับเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 3.1% เทียบกับปีก่อนหน้า  ประเด็นนี้สำคัญ เพราะรายงานการจ้างงานที่แข็งแกร่งจะกลายเป็นเรื่องที่ Fed ต้องกังวลมากขึ้น หากมาพร้อมกับแรงกดดันด้านค่าจ้างที่เร่งตัวขึ้น  แต่รายงานเดือนสิงหาคมยังไม่พบแรงกดดันด้านค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นชัดเจน  ดังนั้น รายงานนี้จึงเปลี่ยนมุมมองต่อตลาดแรงงาน แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนภาพทั้งหมด  รายงานดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงขาลงส่วนใหญ่ที่เกิดจากตัวเลขเดือนกรกฎาคมที่อ่อนแอ แต่สิ่งที่รายงานนี้ ยังไม่ได้พิสูจน์คือการจ้างงานได้เข้าสู่ช่วงเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วรอบใหม่แล้ว  ตลาดแรงงานสหรัฐยังดูแข็งแกร่งและรับแรงกดดันได้ดี  แต่ยังไม่ได้ร้อนแรงเกินไปในตอนนี้  […]

article-thumbnail

2026-09-15 | ข่าวสาร D Prime

ปริมาณการเทรดของ D Prime เดือนสิงหาคม 2026 | ความผันผวนในตลาดยังอยู่ในระดับสูง  

ปริมาณการเทรดของ D Prime ในเดือนสิงหาคม 2026 แตะ 228.67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการเปลี่ยนแปลงของคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ย Fed ราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้น และความผันผวนของเงินเยนที่ช่วยหนุนให้กิจกรรมการเทรดในตลาดยังคึกคัก