สรุปข่าวการเงินและการลงทุนประจำวันอังคาร ที่ 5 ต.ค. 64

สรุปข่าวการเงินและการลงทุนประจำวันอังคาร ที่ 5 ต.ค. 64

2021-10-05

สรุปข่าวการเงินและการลงทุน

ดอลลาร์ยืนหยัดแข็งค่า จับตาการจ้างงานนอกภาคการเกษตร

ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ในช่วงบ่ายของเอเชียในวันอังคาร โดยได้แรงหนุนจากผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น แต่กลับซื้อขายต่ำกว่าระดับสูงสุดของสัปดาห์ก่อน
โดยนักลงทุนรอการประกาศการจ้างงานที่สำคัญของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ เพื่อหาเบาะแส
เกี่ยวกับความคิดของธนาคารกลางสหรัฐเกี่ยวกับการซื้อพันธบัตรที่ลดลง

ดัชนีดอลลาร์ซึ่งได้จากการเทียบกับสกุลเงินอื่นอีก 6 สกุล ซื้อขายเพิ่มขึ้น 0.2% ที่ 94.015 ต่ำกว่าระดับ 94.504 ที่เราได้เห็นในสัปดาห์ที่แล้ว โดยเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2020

  • ค่าเงินเยน เพิ่มขึ้น 0.3% เป็น 111.17 เยนต่อดอลลาร์
  • ค่าเงินยูโร ลดลง 0.2% มาที่ 1.1597
  • ค่าเงินปอนด์ ลดลง 0.1% มาที่ 1.3594 ปอนด์ต่อดอลลาร์
  • ดอลลาร์ออสเตรเลีย ลดลง 0.4% มาที่ 0.7257
    หลังจากที่ธนาคารกลางออสเตรเลีย ย้ำว่าไม่คาดว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนถึงปี 2024 หลังจากรักษานโยบายการเงินให้ทรงตัวตามคาดในการประชุมครั้งล่าสุด

อ้างอิง: th.investing.com

PMI ภาคบริการยูโรโซนร่วงแตะ 56.2 ในเดือนก.ย. จากปัญหาคอขวดด้านอุปทาน

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของยูโรโซน ปรับตัวลงสู่ระดับ 56.2 ในเดือนก.ย. จากระดับ 59.0 ในเดือนส.ค. และอยู่ต่ำกว่าระดับคาดการณ์ขั้นต้นที่ 56.1

อย่างไรก็ดี ดัชนี PMI ยังคงปรับตัวสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคบริการของยูโรโซนยังคงมีการขยายตัว รายงานระบุว่า อัตราการขยายตัวของธุรกิจในยูโรโซนยังคงแข็งแกร่งในเดือนก.ย. แต่ได้รับผลกระทบจากปัญหาคอขวดด้านอุปทานซึ่งส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง ซึ่งมีแนวโน้มว่าปัญหาดังกล่าวจะคงอยู่ต่อไปอีกระยะหนึ่ง

อ้างอิง: ryt9.com

ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค.) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 28,600 บาท

ราคาทองคำวันนี้ปรับขึ้น 100 บาท เมื่อเทียบกับราคาสุดท้ายเมื่อวานนี้ โดยราคาทอง –
รูปพรรณขยับมาอยู่ที่บาทละ 28,600 บาท

โดยทองคำแท่งมีราคารับซื้อในประเทศอยู่ที่บาทละ 28,000 บาท ขายออก 28,100 บาท ตามประกาศครั้งล่าสุด ขณะที่ทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้ออยู่ที่บาทละ 27,500.24 บาท ราคาขายออกบาทละ 28,600 บาท และราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 1,758.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์สรุปราคาทองคำ วันที่ 5 ต.ค. 2564

อ้างอิง: prachachat.net/

ราคาน้ำมันขึ้น หลัง OPEC+ จำกัดการผลิต ทำอุปทานตึงตัว

ราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้นในเช้าวันอังคาร ในเอเชีย แต่ไต่ลงจากระดับสูงสุดในรอบหลายปี
ในช่วงก่อนหน้าเล็กน้อย หลังนักลงทุนรับทราบข้อมูลการตัดสินใจจากองค์กรของประเทศ
ผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร (OPEC+) ที่จะคงการจำกัดอุปทานในปัจจุบันไว้

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันเบรนท์ เพิ่มขึ้น 0.41% เป็น 81.59 ดอลลาร์ เมื่อเวลา 22:57 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก (2:57 น. GMT) ยังคงอยู่เหนือระดับ 80 ดอลลาร์ ขณะที่ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 0.28% เป็น 77.84 ดอลลาร์

OPEC+ กล่าวในการประชุมเมื่อวันจันทร์ว่าจะรักษาข้อตกลงในการเพิ่มการผลิตน้ำมันอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเพิกเฉยต่อเสียงเรียกร้องจากสหรัฐฯ และอินเดียให้เพิ่มผลผลิต เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากโควิด-19 ยังคงดำเนินต่อไป และช่วยเพิ่มแนวโน้มอุปสงค์เชื้อเพลิง

น้ำมันได้ปรับตัวขึ้นมากกว่า 50% ในปี 2564 ซึ่งส่งผลให้เกิดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันดิบกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของกลุ่ม OPEC+ สะท้อนถึง “การขาดความเร่งด่วนในการเพิ่มผลผลิตทำให้คาดการณ์น้ำมันในปี 2565 จำกัดอยู่กับผู้ผลิตหลัก” นักวิเคราะห์จากบาร์เคลย์ (LON:BARC) Amarpreet Singh กล่าวในบันทึก

นักลงทุนกำลังรอ รายงานสินค้าคงเหลือของน้ำมันดิบประจำไตรมาสจาก API สหรัฐอเมริกา ที่จะครบกำหนดประกาศในวันรุ่งขึ้น

อ้างอิง: th.investing.com

สารจาก D PrimeIconBrandElement

article-thumbnail

2026-09-24 | ข่าวสาร D Prime

#DooTrader International Cup: รอบที่ 4 เริ่มแล้ว พร้อมดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน (Daily ROI PK) 

#DooTrader International Cup รอบที่ 4 เปิดตัว Daily ROI PK หรือดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน ท้าคู่แข่งได้ทุกวัน ชนะรับ 10 คะแนน และหากแพ้ก็ไม่เสียคะแนน  #DooTrader International Cup: รอบที่ 4 เริ่มแล้ว พร้อมดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน (Daily ROI PK)  รอบที่ 4 เริ่มแล้ว และการแข่งขันกำลังเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม  ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2026 เป็นต้นไป #DooTrader International Cup 26/27 เปิดตัว #DooTrader Daily ROI PK หรือ ดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน ชาเลนจ์แบบตัวต่อตัวสำหรับเทรดเดอร์ที่ลงสนามในตลาดทุกวัน  ในแต่ละวัน #DooTrader จะแนะนำคู่แข่งให้คุณเลือก เลือกมา 1 คน เทรดให้เต็มวัน แล้วดูว่าใครทำอัตราผลตอบแทนได้สูงกว่า  ถ้าชนะ คุณจะได้รับ 10 คะแนน ถ้าแพ้ คะแนนของคุณจะยังคงเท่าเดิม  ทุกแมตช์คืออีกหนึ่งโอกาสในการไต่อันดับบนตารางคะแนนประจำซีซัน เข้าใกล้ Island Showdown Grand Final และร่วมชิงเงินรางวัลรวม USD 1 ล้าน  มาดูรายละเอียดสำคัญทั้งหมดของชาเลนจ์นี้กัน  ดวล 1 ต่อ 1 ทุกวัน สะสมคะแนนได้ทุกวัน: ชาเลนจ์ใหม่สำหรับเทรดเดอร์ที่เทรดเป็นประจำ  Daily ROI PK หรือดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน คือฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดของรอบที่ 4 ที่ออกแบบมาเพื่อตอบแทนเทรดเดอร์ที่ลงสนามอย่างสม่ำเสมอ  คุณไม่ต้องรอให้จบรอบรายเดือน เพราะทุกวันคือโอกาสใหม่ในการเก็บคะแนนเพิ่ม  แล้วการดวลนี้มีอะไรน่าสนใจ?  หนึ่งวัน หนึ่งคู่แข่ง 10 คะแนนที่รอให้คุณชิง  ใครเข้าร่วมการดวลอัตราผลตอบแทนรายวันได้บ้าง: คุณสมบัติและกลุ่มการแข่งขัน  หากต้องการเข้าร่วม คุณต้องมีคุณสมบัติดังนี้:  การดวลจะแยกตาม 2 กลุ่มการแข่งขันเดิม ได้แก่ Rising Star และ Wave Rider คุณจะได้เจอกับเทรดเดอร์ในกลุ่มเดียวกันเท่านั้น เพื่อให้การแข่งขันเป็นธรรม  คุณสามารถเริ่มแมตช์ดวลได้สูงสุด 2 แมตช์ต่อวัน โดยแบ่งเป็นกลุ่มละ 1 แมตช์ เมื่อคุณท้าชิง ระบบจะเลือกบัญชีของคุณที่มีอัตราผลตอบแทนปัจจุบันสูงที่สุดเข้าสู่การดวลโดยอัตโนมัติ  2 กลุ่ม 2 แมตช์ ลุ้นรับได้สูงสุด 20 คะแนนต่อวัน  กำหนดการการดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน: ระยะเวลาแคมเปญและเวลาปิดการลงทะเบียน  ก่อนเลือกคู่แข่งคนแรก อย่าลืมตรวจสอบเวลาให้ชัดเจน  ระยะเวลาแคมเปญ: 18 กันยายน 2026 ถึง 14 มกราคม 2027 (UTC+0) ช่วงเวลาท้าชิงรายวัน: 00:00:00 ถึง 22:59:59 (UTC+0) ช่วงเวลานับผลการแข่งขันรายวัน: 00:00:00 ถึง 23:59:59 (UTC+0)  สำคัญ: คุณจะไม่สามารถเริ่มแมตช์ใหม่ได้หลังเวลา 22:59:59 (UTC+0) ของแต่ละวัน หากเลยเวลานี้แล้ว ต้องรอถึงวันถัดไปจึงจะสามารถท้าชิงใหม่ได้  ดังนั้น อย่าลืมเลือกคู่แข่งให้ทันเวลา  4 ขั้นตอนสู่การดวลอัตราผลตอบแทนรายวันครั้งแรกของคุณ  เข้าสู่ระบบ #DooTrader Portal แล้วเปิดหน้า การดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน จากนั้นทำตาม 4 ขั้นตอนนี้  1. รับรายชื่อคู่แข่ง ในแต่ละวัน […]

article-thumbnail

2026-09-22 | การเคลื่อนไหวของตลาด

CPI สหรัฐฯ ตรงตามคาด ทำไมเฟดยังเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย

เงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ออกมาตามคาด แต่ Fed ยังตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย ดูว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ (PPI) ราคาน้ำมัน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ส่งผลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยอย่างไร

article-thumbnail

2026-09-17 | Dxperts

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ(NFP) สูงเกินคาด ทำไมตลาดยังรอดูตัวเลข CPI 

ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือนสิงหาคมออกมาดีกว่าคาด แต่ตลาดยังจับตา CPI เป็นหลัก ดูว่ารายงานจ้างงาน นโยบาย Fed และยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อาจส่งผลต่อทองคำอย่างไรล สัญญาณแรกมาจากสุนทรพจน์ของ Kevin Warsh ประธาน Fed ที่งาน Jackson Hole โดย Warsh เน้นว่าเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed และมองว่าการส่งสัญญาณชี้นำทิศทางนโยบายล่วงหน้าควรมีบทบาทจำกัดมากขึ้น ทำให้ตลาดมีความชัดเจนน้อยลงเกี่ยวกับเส้นทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต  จากนั้นตลาดได้รับรายงานการจ้างงานสหรัฐที่แข็งแกร่งกว่าคาดอย่างมาก  ตามรายงานสถานการณ์การจ้างงานเดือนสิงหาคมของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ขณะที่ตัวเลขเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมถูกปรับเพิ่มขึ้นรวม 55,000 ตำแหน่ง  อย่างไรก็ตาม ตลาดไม่ได้ปรับไปคาดการณ์ว่าการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนมีโอกาสเกิดขึ้นสูงอย่างชัดเจนในทันที  หลังรายงานการจ้างงานออกมา ข้อมูลจาก CME FedWatch สะท้อนว่าตลาดประเมินความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐาน ในเดือนกันยายนไว้ที่ราว 58% ซึ่งยังต่ำกว่าจุดสูงสุดใกล้ 63% ที่เกิดขึ้นช่วง Jackson Hole  คำถามคือ ทำไมตัวเลขการจ้างงานที่ออกมาดีกว่าคาดในระดับนี้ ยังไม่มากพอที่จะทำให้ตลาดได้ข้อสรุปเรื่องทิศทาง Fed?  คำตอบคือ รายงานการจ้างงานแข็งแกร่งก็จริง แต่ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะเปลี่ยนปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อทิศทางนโยบายการเงินในตอนนี้  ตลาดแรงงานยังดูแข็งแกร่ง แต่เงินเฟ้อคือประเด็นที่ตลาดกังวลมากกว่า  และความแตกต่างนี้อาจเป็นตัวกำหนดทิศทางถัดไปของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐ และทองคำ  ตัวเลขจ้างงานสหรัฐออกมาดีกว่าคาด แต่ยังไม่พอเปลี่ยนภาพตลาดแรงงาน  ไม่ต้องสงสัยว่ารายงานการจ้างงานเดือนสิงหาคมออกมาดีกว่าคาด  ข้อมูลจาก BLS แสดงให้เห็นว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1% และอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานเพิ่มขึ้นจาก 61.4% เป็น 61.6%  ตัวเลขการจ้างงานเดือนมิถุนายนถูกปรับจาก +20,000 เป็น +31,000 ตำแหน่ง ขณะที่เดือนกรกฎาคมถูกปรับจากการลดลง 23,000 ตำแหน่ง เป็น เพิ่มขึ้น 21,000 ตำแหน่ง  การปรับทบทวนตัวเลขดังกล่าวช่วยลดความกังวลอย่างมากว่า ตลาดแรงงานสหรัฐอาจกำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัวรุนแรง  แต่หากมองลึกลงไปกว่าตัวเลขหลัก ภาพรวมยังค่อนข้างสมดุล  จากตำแหน่งงานใหม่ทั้งหมด 162,000 ตำแหน่ง มี 59,000 ตำแหน่งมาจากกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยการจ้างงานรายเดือนของภาคธุรกิจนี้ในปีที่ผ่านมาอย่างมากที่ 12,000 ตำแหน่ง อีก 42,000 ตำแหน่งมาจากการศึกษาของรัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการฟื้นตัวกลับมาหลังจากลดลงในเดือนก่อนหน้า  เมื่อรวมกันแล้ว ทั้งสองกลุ่มนี้คิดเป็นมากกว่า 60% ของการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม  ภาคส่วนอื่น ๆ เปลี่ยนแปลงไม่มากนัก ภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 16,000 ตำแหน่ง ภาคก่อสร้างเพิ่มขึ้น 22,000 ตำแหน่ง และภาคสาธารณสุขยังขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่การจ้างงานในภาคข้อมูลข่าวสารลดลง 23,000 ตำแหน่ง  การเติบโตของค่าจ้างยังอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวลมากนัก  ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 0.3% เทียบกับเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 3.1% เทียบกับปีก่อนหน้า  ประเด็นนี้สำคัญ เพราะรายงานการจ้างงานที่แข็งแกร่งจะกลายเป็นเรื่องที่ Fed ต้องกังวลมากขึ้น หากมาพร้อมกับแรงกดดันด้านค่าจ้างที่เร่งตัวขึ้น  แต่รายงานเดือนสิงหาคมยังไม่พบแรงกดดันด้านค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นชัดเจน  ดังนั้น รายงานนี้จึงเปลี่ยนมุมมองต่อตลาดแรงงาน แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนภาพทั้งหมด  รายงานดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงขาลงส่วนใหญ่ที่เกิดจากตัวเลขเดือนกรกฎาคมที่อ่อนแอ แต่สิ่งที่รายงานนี้ ยังไม่ได้พิสูจน์คือการจ้างงานได้เข้าสู่ช่วงเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วรอบใหม่แล้ว  ตลาดแรงงานสหรัฐยังดูแข็งแกร่งและรับแรงกดดันได้ดี  แต่ยังไม่ได้ร้อนแรงเกินไปในตอนนี้  […]