‘ไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์’ประสานเสียงเตือนปีหน้าศก.โลกถดถอย

‘ไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์’ประสานเสียงเตือนปีหน้าศก.โลกถดถอย

2022-10-11 | commodities , Current Affairs , Forex , Securities

ไอเอ็มเอฟและเวิลด์แบงก์ พร้อมใจเตือนปีหน้าเศรษฐกิจโลกเผชิญภาวะถดถอย จากปัญหาเงินเฟ้อ การระบาดของโรคโควิด-19และสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยังยืดเยื้อ

ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จะเปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ในวันนี้ โดยคาดว่าจะมีการปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2566 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ, การแพร่ระบาดของโควิด-19, การที่รัสเซียบุกโจมตียูเครน และผลกระทบจากภาวะโลกร้อนต่อเศรษฐกิจในทุกทวีป

อ้างอิง กรุงเทพธุรกิจ

YLG มองทองคำเปลี่ยนเทรนด์เป็นขาขึ้นหลังคลายกังวลเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ผู้นำเข้าและส่งออกทองคำแท่งรายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า ทิศทางการเคลื่อนไหวของทองคำในช่วงนี้ มองว่าทองคำเริ่มเปลี่ยนเทรนด์จากขาลงเป็นขาขึ้น เนื่องจากความกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มผ่อนคลายลง เพราะส่วนหนึ่งตลาดรับรู้ปัจจัยนี้มาระยะหนึ่งแล้ว อีกส่วนหนึ่งตลาดคาดการณ์ว่าหากเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงต่อเนื่องจะส่งผลต่อภาระดอกเบี้ยของรัฐบาลกลางสหรัฐที่ต้องจ่ายให้แก่เจ้าหนี้เช่นกัน

อย่างไรก็ดีในส่วนของการเคลื่อนไหวของทองคำนั้นมองว่า หากทองคำสามารถผ่าน 1,735 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ จะเริ่มเข้าสู่เทรนด์ขาขึ้นในระยะกลางเนื่องจากราคาสามารถทำระดับสูงสุดที่สูงกว่าระดับสูงสุดในเดือน ก.ย. นักลงทุนสามารถเข้าซื้อที่ 1,700-1,688 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าหลุด 1,688 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะมีโอกาสปรับฐานลึกมากขึ้น แนะขายทำกำไรถ้าไม่ผ่าน 1,735 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ผ่านได้ถือต่อ สำหรับคนที่ต้องการสะสมระยะยาวผ่านการออมทองสามารถทยอยซื้อได้ตามรอบ

ส่วนทองคำในประเทศมองเคลื่อนไหวในกรอบรับ 29,900-29,500 ต้าน 30,700-31,000

อ้างอิง อินโฟเควสท์ 

เงินบาทเปิด 38.00 อ่อนค่าจากวานนี้ กังวลสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน,โควิดในจีน

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 38.00 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าจากปิดตลาดช่วงเย็นวานนี้ที่ระดับ 37.94 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากดอลลาร์แข็งค่า หลังตลาดมีความกังวลต่อสถานการณ์ความรุนแรงในยูเครนจากการที่รัสเซียยกระดับการโจมตีมากขึ้น และ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในจีนที่อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวด้านท่องเที่ยว

“บาทอ่อนค่าจากเปิดตลาดเย็นวานนี้ เนื่องจากตลาดกังวลกรณีรัสเซียยกระดับการโจมตียูเครน และโควิด-19 ระลอกใหม่ในจีน” นักบริหารเงิน กล่าว

อ้างอิง อินโฟเควสท์

เศรษฐกิจโลกซบ-ภูมิรัฐศาสตร์ร้อน กดดัน “หุ้นไทย” ฟื้นตัวจำกัด

บล.ฟิลลิปประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนี SET Index ฟื้นตัวจำกัดในกรอบทางลง 1,560-1,580 จุด วิตกต่อการถดถอยเศรษฐกิจโลก จากธนาคารกลางทั่วโลกเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อสู้เงินเฟ้อ-IMF เล็งหั่น GDP โลก-สหรัฐสั่งจำกัดการส่งออกชิปไปจีนรอบใหม่-ความร้อนแรงสงครามรัสเซียยูเครน

วันที่ 11 ตุลาคม 2565 บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า คาดดัชนี SET Index ฟื้นตัวจำกัดในกรอบทางลง 1,560-1,580 จุด แม้ลุ้นรีบาวนด์ทางเทคนิคแต่ปัจจัยลบยังปกคลุม ทั้งภาพความวิตกต่อการถดถอยของเศรษฐกิจโลกจากแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลกเพื่อต่อสู้เงินเฟ้อ พร้อมกับการที่ IMF เล็งหั่น GDP โลกในรายงานสัปดาห์นี้

อ้างอิง ประชาชาติธุรกิจ

ญี่ปุ่นจ่อใช้มาตรการที่จำเป็นหากเยนผันผวนหนัก เล็งชี้แจง G20 กรณีแทรกแซง FX

นายชูนิชิ ซูซูกิ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ญี่ปุ่นจะใช้มาตรการต่าง ๆ ที่จำเป็น หากความผันผวนของเงินเยนทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยขณะนี้เงินเยนอ่อนค่าลงใกล้แตะระดับเดียวกับที่รัฐบาลญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงตลาดเมื่อเดือนที่แล้ว

นายซูซูกิกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังติดตามความคืบหน้าในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศอย่างระมัดระวัง ขณะที่นักลงทุนในตลาดต่างก็จับตาว่ารัฐบาลญี่ปุ่นอาจจะเข้าแทรกตลาดอีกครั้งเพื่อสกัดการอ่อนค่าของเงินเยน

ทั้งนี้ นายซูซูกิกล่าวว่า เขาจะอธิบายสถานะของญี่ปุ่นเกี่ยวกับการแทรกแซงค่าเงิน ในการประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่ม G20 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันพุธและวันพฤหัสบดีนี้ที่กรุงวอชิงตัน

อ้างอิง อินโฟเควสท์

สารจาก D PrimeIconBrandElement

article-thumbnail

2026-09-22 | การเคลื่อนไหวของตลาด

CPI สหรัฐฯ ตรงตามคาด ทำไมเฟดยังเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย

เงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ออกมาตามคาด แต่ Fed ยังตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย ดูว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ (PPI) ราคาน้ำมัน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ส่งผลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยอย่างไร

article-thumbnail

2026-09-17 | Dxperts

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ(NFP) สูงเกินคาด ทำไมตลาดยังรอดูตัวเลข CPI 

ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือนสิงหาคมออกมาดีกว่าคาด แต่ตลาดยังจับตา CPI เป็นหลัก ดูว่ารายงานจ้างงาน นโยบาย Fed และยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อาจส่งผลต่อทองคำอย่างไรล สัญญาณแรกมาจากสุนทรพจน์ของ Kevin Warsh ประธาน Fed ที่งาน Jackson Hole โดย Warsh เน้นว่าเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed และมองว่าการส่งสัญญาณชี้นำทิศทางนโยบายล่วงหน้าควรมีบทบาทจำกัดมากขึ้น ทำให้ตลาดมีความชัดเจนน้อยลงเกี่ยวกับเส้นทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต  จากนั้นตลาดได้รับรายงานการจ้างงานสหรัฐที่แข็งแกร่งกว่าคาดอย่างมาก  ตามรายงานสถานการณ์การจ้างงานเดือนสิงหาคมของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ขณะที่ตัวเลขเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมถูกปรับเพิ่มขึ้นรวม 55,000 ตำแหน่ง  อย่างไรก็ตาม ตลาดไม่ได้ปรับไปคาดการณ์ว่าการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนมีโอกาสเกิดขึ้นสูงอย่างชัดเจนในทันที  หลังรายงานการจ้างงานออกมา ข้อมูลจาก CME FedWatch สะท้อนว่าตลาดประเมินความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐาน ในเดือนกันยายนไว้ที่ราว 58% ซึ่งยังต่ำกว่าจุดสูงสุดใกล้ 63% ที่เกิดขึ้นช่วง Jackson Hole  คำถามคือ ทำไมตัวเลขการจ้างงานที่ออกมาดีกว่าคาดในระดับนี้ ยังไม่มากพอที่จะทำให้ตลาดได้ข้อสรุปเรื่องทิศทาง Fed?  คำตอบคือ รายงานการจ้างงานแข็งแกร่งก็จริง แต่ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะเปลี่ยนปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อทิศทางนโยบายการเงินในตอนนี้  ตลาดแรงงานยังดูแข็งแกร่ง แต่เงินเฟ้อคือประเด็นที่ตลาดกังวลมากกว่า  และความแตกต่างนี้อาจเป็นตัวกำหนดทิศทางถัดไปของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐ และทองคำ  ตัวเลขจ้างงานสหรัฐออกมาดีกว่าคาด แต่ยังไม่พอเปลี่ยนภาพตลาดแรงงาน  ไม่ต้องสงสัยว่ารายงานการจ้างงานเดือนสิงหาคมออกมาดีกว่าคาด  ข้อมูลจาก BLS แสดงให้เห็นว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1% และอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานเพิ่มขึ้นจาก 61.4% เป็น 61.6%  ตัวเลขการจ้างงานเดือนมิถุนายนถูกปรับจาก +20,000 เป็น +31,000 ตำแหน่ง ขณะที่เดือนกรกฎาคมถูกปรับจากการลดลง 23,000 ตำแหน่ง เป็น เพิ่มขึ้น 21,000 ตำแหน่ง  การปรับทบทวนตัวเลขดังกล่าวช่วยลดความกังวลอย่างมากว่า ตลาดแรงงานสหรัฐอาจกำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัวรุนแรง  แต่หากมองลึกลงไปกว่าตัวเลขหลัก ภาพรวมยังค่อนข้างสมดุล  จากตำแหน่งงานใหม่ทั้งหมด 162,000 ตำแหน่ง มี 59,000 ตำแหน่งมาจากกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยการจ้างงานรายเดือนของภาคธุรกิจนี้ในปีที่ผ่านมาอย่างมากที่ 12,000 ตำแหน่ง อีก 42,000 ตำแหน่งมาจากการศึกษาของรัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการฟื้นตัวกลับมาหลังจากลดลงในเดือนก่อนหน้า  เมื่อรวมกันแล้ว ทั้งสองกลุ่มนี้คิดเป็นมากกว่า 60% ของการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม  ภาคส่วนอื่น ๆ เปลี่ยนแปลงไม่มากนัก ภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 16,000 ตำแหน่ง ภาคก่อสร้างเพิ่มขึ้น 22,000 ตำแหน่ง และภาคสาธารณสุขยังขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่การจ้างงานในภาคข้อมูลข่าวสารลดลง 23,000 ตำแหน่ง  การเติบโตของค่าจ้างยังอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวลมากนัก  ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 0.3% เทียบกับเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 3.1% เทียบกับปีก่อนหน้า  ประเด็นนี้สำคัญ เพราะรายงานการจ้างงานที่แข็งแกร่งจะกลายเป็นเรื่องที่ Fed ต้องกังวลมากขึ้น หากมาพร้อมกับแรงกดดันด้านค่าจ้างที่เร่งตัวขึ้น  แต่รายงานเดือนสิงหาคมยังไม่พบแรงกดดันด้านค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นชัดเจน  ดังนั้น รายงานนี้จึงเปลี่ยนมุมมองต่อตลาดแรงงาน แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนภาพทั้งหมด  รายงานดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงขาลงส่วนใหญ่ที่เกิดจากตัวเลขเดือนกรกฎาคมที่อ่อนแอ แต่สิ่งที่รายงานนี้ ยังไม่ได้พิสูจน์คือการจ้างงานได้เข้าสู่ช่วงเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วรอบใหม่แล้ว  ตลาดแรงงานสหรัฐยังดูแข็งแกร่งและรับแรงกดดันได้ดี  แต่ยังไม่ได้ร้อนแรงเกินไปในตอนนี้  […]

article-thumbnail

2026-09-15 | ข่าวสาร D Prime

ปริมาณการเทรดของ D Prime เดือนสิงหาคม 2026 | ความผันผวนในตลาดยังอยู่ในระดับสูง  

ปริมาณการเทรดของ D Prime ในเดือนสิงหาคม 2026 แตะ 228.67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการเปลี่ยนแปลงของคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ย Fed ราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้น และความผันผวนของเงินเยนที่ช่วยหนุนให้กิจกรรมการเทรดในตลาดยังคึกคัก